จตุพร – เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในปี 2563 ว่า ถ้าดูตามภูมิศาสตร์ทางการเมือง ปีหน้าจะเป็นปีแห่งความวุ่นวาย เพราะจะมีปรากฏการณ์เรื่องเศรษฐกิจที่รุนแรง เรื่องของการยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เพราะคงยากที่จะรอดจากการถูกยุบพรรค และเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่มีทางจะสำเร็จ ดังนั้น ทั้ง 3 เรื่องจะพันกัน แต่เรื่องที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องที่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ โดยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากฝ่ายค้านชี้ให้เห็นว่า นอกจากจะแก้ไขเศรษฐกิจไม่ได้แล้ว ยังเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบอีก ยิ่งจะเป็นพลานุภาพให้รัฐบาลอยู่ยากอีก แล้วคนที่เดือดร้อนทางเศรษฐกิจแน่นอนว่าต้องไหลไปทางนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ถ้านายธนาธรตัดสินใจลงถนน ขณะเดียวกัน การแก้เกมของรัฐบาลคือการให้คนจากพรรคร่วมไปจัดเวทีต่อต้านคนชังชาติ ทุกอย่างที่กล่าวมาจะเป็นตัวเร่งหมด หากมีการยุบพรรค อนค. ด้วยกรณีการล้มล้างการปกครองในวันที่ 21 มกราคม 2563 เนื้อหาของการยุบพรรคจะถูกนำไปขยายความเอาไปสนับสนุนคำว่าชังชาติมากยิ่งขึ้น โดยภาพรวมเต็มไปด้วยความโกลาหลจากความเดือดร้อนของประชาชน และการปลุกความชิงชังให้เกิดขึ้นะหว่างกัน แล้วหากมีการทุจริตคอร์รัปชั่นเข้ามาอีก ตนเชื่อว่าสุดท้ายหนีการรัฐประหารไปไม่พ้น รัฐบาลต้องบอกให้พรรคร่วมหยุดปลุกความชิงชังให้เกิดขึ้นด้วย
เมื่อถามว่าปีหน้าประเมินว่ารัฐบาลจะเดินต่อไปไหวหรือไม่ หรือจะสะดุดขาตัวเอง นายจตุพรกล่าวว่า วันนี้ถ้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ พูดได้เลยว่าอยู่ยาว แต่วันนี้คนเดือดร้อนทั่วทุกหัวระแหง คำถามคือรัฐบาลจะอยู่ยาวด้วยสาเหตุใด เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้ ถ้าเริ่มต้นปีมารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้ ทุกอย่างจะไหลรวมกลายเป็นความพังพินาศของรัฐบาล
เมื่อถามย้ำว่า การปรับ ครม.ถือเป็นทางออกหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า เป็นการซื้อเวลาเล็กน้อย เพราะทีมเศรษฐกิจที่มีอยู่ขณะนี้ก็เห็นตัวกันหมดแล้ว จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องมาเป็นหัวหน้าเศรษฐกิจเอง ไม่ใช้บริการนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เหมือนเดิม ก็เห็นแล้วว่าในทางปฏิบัติทีมเศรษฐกิจไปไม่ได้แล้ว ดังนั้น การอยู่ยาวไม่ใช่ว่า มีเสียงเพิ่มขึ้นมา หรือพรรคการเมือง่ายตรงข้ามจะถูกยุบ แต่เป็นเรื่องศักยภาพของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของชาติ
เมื่อถามว่า คิดว่าการทำงานในสภาปี 2563 จะวุ่นวายหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า จะสะสมความโกลาหล ทั้งนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้เชื่อว่าจะเกิดความวุ่นวาย เพราะเมื่อฝ่ายค้านเลือกอภิปรายตัวนายกฯ ซึ่งถือเป็นกล่องดวงใจของรัฐบาลที่แตะต้องไม่ได้ ความโกลาหลจะมาเกิดตรงนี้ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากเป็นการสมคบคิดเพื่อหลอกลวงประชาชน ตนคิดว่าตรงนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาใหม่ขึ้นมา

