ข่าวลือที่จะมีการย้าย นายพนม ศรศิลป์ ออกจากตำแหน่งผู้อำนวย การสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)
ไป “เร็ว”
และทวี “ความร้อนแรง” ไปพร้อมกับชะตากรรมของ นายบุญชัย เบญจรงคกุล
ยิ่งจับ พระเทพญาณมหามุนี ไม่ได้ ตลอด 2 รายทาง ยิ่งจะปรากฏ “รอยเลือด” ให้เห็นใน “ปริมาณ” เพิ่มขึ้น
แม้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) จะสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และอยู่ในความรับผิดชอบของ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ
แต่ข่าวนี้มาจาก “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” (ดีเอสไอ)
กระบวนการเล่นงานไม่ว่า นายบุญชัย เบญจรงคกุล ไม่ว่า นายพนม ศรศิลป์ จึงแวดล้อมอยู่กับแผนจับกุม พระเทพญาณมหามุนี
อันเป็นงาน “ดีเอสไอ”
จะเข้าใจ “เบาะแส” และการเคลื่อนไหวของเรื่องนี้ต้องศึกษาถ้อยคำอันมาจาก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา
1 มีการพบกัน
“ผมได้เชิญ ผอ.พศ.มาพูดคุยว่า พศ.ต้องมีบทบาทให้มากขึ้น”
1 บทบาทนั้นเป็นอย่างไร
“ศาสนสถานเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมไม่ควรถูกใช้เป็นสถาน ที่ปฏิบัติไม่เหมาะสม พศ.จะตักเตือนได้หรือไม่ การอยู่เฉยๆ เท่ากับไปส่งเสริมการกระทำที่ไม่ถูกต้อง”
1 ท่าที พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา
“ผมไม่เคยพูดว่าจะย้าย ผอ.พศ.หากแก้ปัญหาพระธัมมชโยไม่ได้เพราะปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หากอยู่ในหน้าที่แล้วแก้ปัญหาไม่ได้ก็ควรต้องไป”
ยืนยัน “ไม่เคยพูดว่าจะย้าย”
ยืนยัน “หากอยู่ในหน้าที่แล้วแก้ปัญหาไม่ได้ก็ควรต้องไป”
เป็นอันว่าแจ่มชัดว่า ข่าวลือในเรื่องจะมีการโยกย้าย นายพนม ศรศิลป์ มาจาก “เบาะแส” ใด
มิได้มาจาก นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ
แม้จะดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)
กระนั้น ก็มาจากเรื่อง “วัดพระธรรมกาย”
กระนั้น ก็มาจาก “หมายจับ” และ “หมายค้น” อันเกี่ยวกับ พระเทพญาณมหามุนี
นายพนม ศรศิลป์ จึงอาจกลายเป็น “เหยื่อ”
ในสถานการณ์ทำให้ “หมายค้น” บรรลุเป้าหมายตาม “หมายจับ” ต่อ พระเทพญาณมหามุนี
เพราะปฏิบัติการนี้คือ ผลงานของ “ดีเอสไอ”
เป็นผลงานอย่างที่สื่อบางฉบับพาดหัวข่าวอึกทึกครึกโครมว่า
“แจ็คผู้ฆ่ายักษ์”
ใครคือ “แจ็ค” ใครคือ “ยักษ์” รู้ๆ กันอยู่

