กรณีเครื่องจับวัตถุระเบิด จีที 200 ซึ่งในยุคหนึ่งเจ้าหน้าที่ไทยเคยใช้ โดยเชื่อว่าสามารถค้นหาระเบิด รวมทั้งยาเสพติดได้ โดยมีหน่วยราชการทั้งที่เป็นหน่วยทหาร และข้าราชการพลเรือนจัดซื้อไปใช้งานหลายแห่ง แต่ในภายหลังพบว่าเครื่องมือดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ เจมส์ แมคคอร์มิค หลอกขายไปทั่วโลก ล่าสุดศาลประเทศอังกฤษตัดสินยึดทรัพย์มูลค่า 7.9 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 395 ล้านบาท จากผู้ต้องหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กรณีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ช่วงนั้นมีหลายประเทศซื้อกัน ส่วนประเทศไทยเมื่อพิสูจน์ว่าใช้ไม่ได้ ก็งดใช้ไปแล้ว ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าศาลเพิ่งตัดสิน ต้องดูก่อนว่าไทยจะทำอะไรได้บ้าง รวมไปถึงเรื่องการเรียกค่าเสียหายด้วย พร้อมทั้งยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีการใช้เครื่องจีที 200 แล้ว
กรณีนี้แม้ในต่างประเทศจะมีการตัดสินคดีไปแล้ว แต่ไทยยังต้องรอการพิจารณาต่อไป ซึ่งขณะนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้าไปตรวจสอบ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติก็กำลังดำเนินการ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่าการดำเนินการต่างๆ ต้องทำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องค่าเสียหาย หรือการสอบสวนการจัดซื้อมาใช้ในประเทศไทย
แนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมอบให้ในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่ยุติธรรมต้องยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ 2 ประการ คือ 1.แสวงหาข้อเท็จจริงว่าเครื่องมือดังกล่าวเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างไร มีการจัดซื้ออย่างไร กระจายและระงับการใช้อย่างไร และ 2.แนวทางที่ไทยพึงดำเนินการต่อไป เช่น การ
กลับไปตรวจสอบว่าไทยมีการทุจริตในขั้นตอนจัดซื้อหรือไม่ มีใครต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมไปถึงผลกระทบอันเกิดจากการใช้เครื่องจีที 200 ก่อนจะพบว่าใช้การไม่ได้ ซึ่งหากทุกฝ่ายเคร่งครัดตามแนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตรแนะนำ เชื่อว่าอีกไม่นานกรณีเครื่องจับวัตถุระเบิด จีที 200 ที่เคยเป็นข่าวโด่งดังในอดีตคงมีผลสรุป เป็นข้อสรุปที่กระจ่างทั้งด้านการหาข้อเท็จจริง การอำนวยความยุติธรรมในคดีความ และสิทธิของไทยในการเรียกค่าเสียหายจากกรณีนี้

