‘เทพไท’พร้อมถกกมธ.แก้รธน.14ม.ค.วอนทุกฝ่ายมีความจริงใจ ไม่ตั้งธง-เอาชนะคะคานกัน

31.12.19 | 12:56 น.

‘เทพไท’พร้อมถกกมธ.แก้รธน.14ม.ค.วอนทุกฝ่ายมีความจริงใจ ไม่ตั้งธง-เอาชนะคะคานกัน

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เฟซบุ๊ก ไลฟ์ จากสภากาแฟ ร้านลุงโรจน์ ตลาดชะเมา อ.เฉลิมพระเกียรติ เรื่องการทำงานของคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ในวันศุกร์ ที่14 มกราคม 2563 นั้น เป็นการประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อพิจารณาเนื้องานกันอย่างจริงจังนัดแรก เพราะครั้งที่ผ่านมาเป็นการประชุมเพื่อเลือกตั้งตำแหน่งต่างๆของคณะกรรมาธิการเท่านั้น ยังไม่มีการพูดคุยในประเด็นต่างๆตามจุดยืนของแต่ละฝ่ายแต่ละพรรคที่ประกาศไว้ต่อสาธารณชน ดังนั้นในการประชุมนัดหน้า จะเสนอให้มีการพูดคุยในเรื่องกรอบการทำงาน และลงลึกในรายละเอียดว่า จะแก้ไขอย่างไร จะตั้ง สสร.หรือไม่ หรือจะแก้ไขเป็นรายมาตรา ถ้าหากรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2560 ซึ่งยกร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำลังถูกวิจารณ์ว่า ที่มาของรัฐธรรมนูญไม่มีส่วนยึดโยงกับประชาชน ถ้าหากจะยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง การทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ควรจะสร้างเงื่อนไขการทำงานให้ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด ในระหว่างการทำงานของคณะกรรมาธิการนั้น ก็ควรจะตั้งอนุกรรมาธิการวิสามัญ อย่างน้อย5ชุด เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ใน5ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร โดยทำงานคู่ขนานกับการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาผู้แทนราษฎร ดีกว่าปล่อยให้พรรคการเมืองต่างๆออกไปเคลื่อนไหวกับมวลชนกลุ่มผู้สนับสนุนอย่างอิสระ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย และความขัดแย้งในสังคมรอบใหม่ได้

อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ควรจะตั้งธงในการแก้ไข เพื่อการเอาชนะคะคานกัน หรือชิงความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ไม่ควรเอาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อการเคลื่อนไหวดิสเครดิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดนเฉพาะ ถ้าหากอนุกรรมาธิการวิสามัญแต่ละชุด ออกไปรับฟังความคิดเห็นของประชนในภูมิภาคต่างๆแล้วได้ข้อสรุปอย่างไร ก็ควรนำความเห็นเหล่านั้น มาเป็นหลักการในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ก่อน แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แบบตั้ง สสร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับนั้น จะต้องผ่านขั้นตอนแรก คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา256ให้สำเร็จเสียก่อน

ในการประชุมนัดหน้า อยากให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้เปิดโอกาสให้มีการแสดงความเห็นจากทุกฝ่ายอย่างกว้างขวาง หลวมรวมความคิด ปรับทัศนะคติ และท่าทีการทำงานของกรรมาธิการจากพรรคการเมืองต่างๆให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อความเป็นเอกภาพในการขับเคลื่อนการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว และประสบความสำเร็จภายในระยะเวลา180วัน ตามที่มติของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรกำหนดให้