เดินหน้าชน : แล้ง-จน-ม็อบ : โกนจา

2.01.20 | 14:30 น.

หากไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายเกินไป ปี 2563 ถือเป็นปีแห่งความท้าทาย หัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศชาติ
ผมมองว่ามี 3 เรื่องที่น่าห่วงอย่างมาก

“ภัยแล้ง” เราจะเห็นทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรจะปรากฏภาพอย่างเด่นชัด ภัยแล้งในปี 63 มีแนวโน้มแล้งหนัก อาจมีน้ำไม่เพียงพอต่อทำการเกษตร หากควบคุมการใช้น้ำไม่ได้อาจมีผลกระทบถึงน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค

พื้นที่เกษตรเสี่ยงขาดแคลนน้ำราว 2.6 ล้านไร่ และพื้นที่เกษตรที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำรุนแรง กว่า 3.7 แสนไร่ ต้องขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ลดการใช้น้ำลงให้ได้อย่างน้อย 20-30%

ถามว่าประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรมแต่เราไม่มีน้ำมาทำนาทำสวน เกษตรกรที่ชีวิตก็แร้นแค้นอยู่แล้วจะดำรงชีวิตกันอยู่อย่างไร

“เศรษฐกิจทรุด” ปีที่ผ่านมาคนยากคนจน ชนชั้นกลางส่วนใหญ่ของประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ชักหน้าไม่ถึงหลัง พูดตามหลักวิชาการอย่าง พิชัย นริทะพันธุ์ อดีตหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย บอกว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพมาตลอด 5 ปี และขยายตัวต่ำสุดในอาเซียน โดยที่เวิลด์แบงก์และไอเอ็มเอฟยังออกมาเตือน รัฐบาลก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้และประชาชนจะลำบากกันมากยิ่งขึ้น

Advertisement

และเป็นที่เข้าใจกันได้ว่าปี 63 จะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า เพราะขนาดผู้หลักผู้ใหญ่ในซีกรัฐบาล สุวัจน์
ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯ ยังออกมาเอ๋ยปากว่า “ถ้าจะถามว่าปี 63 มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ปีหน้าก็น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องสู้เรื่องเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ สร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำงานอย่างหนัก”

หลายครั้งได้ยินนักธุรกิจหลายคนบอกว่า ปี 63 จะเป็นปีที่เผาจริง เพราะปี 2562 ที่ผ่านมาคือการเผาหลอกแล้ว หลายปัญหาที่ประเดประดังกันเข้ามา ตั้งแต่ปัญหาสงครามการค้าจีน-สหรัฐที่ลากยาวข้ามปีต่อไปอีก ปัญหาเศรษฐกิจโลก ปัญหาบาทแข็งค่า ถูกตัดสิทธิจีเอสพีสินค้ากว่า 500 รายการ สถานะกำลังซื้อภายในประเทศที่เงียบเหงาจนน่าเป็นห่วง

ยิ่งเห็นข่าวปลายปีโรงงานหลายแห่งปิดกิจการ ลอยแพพนักงานหลายพันคน หลายคนกลับบ้านไปฉลองปีใหม่ทั้งน้ำตา ถ้ารัฐบาลไม่ปากกล้าขาสั่นบอกว่าเศรษฐกิจยังดี ก็คงหลอกตัวเองเกินไป

“ม็อบ” สาระพัดประเด็นการเมืองจะทำให้คนลงสู้ท้องถนน เสียงเตือน จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่คลุกคลีอยู่กับมวลชน ออกมาทำนายว่า ปี 63 จะเป็นปีแห่งความวุ่นวาย เพราะจะมีปรากฏการณ์เรื่องเศรษฐกิจที่รุนแรง เรื่องของการยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะคงยากที่จะรอดจากการถูกยุบพรรคและเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งไม่มีทางจะสำเร็จ ดังนั้นทั้ง 3 เรื่องจะพันกัน

แต่เรื่องที่ใหญ่ที่สุดคือ เรื่องที่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ยังเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบอีก ยิ่งจะเป็นพลานุภาพให้รัฐบาลอยู่ยากอีก แล้วคนที่เดือดร้อนทางเศรษฐกิจแน่นอนว่าต้องไหลไปทาง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถ้านายธนาธรตัดสินใจลงถนน ภาพรวมเต็มไปด้วยความโกลาหลจากความเดือดร้อนของประชาชนและการปลุกความชิงชังให้เกิดขึ้นระหว่างกัน

วันนี้คนเดือดร้อนทั่วทุกหัวระแหง ถ้าเริ่มต้นปีมารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้ ทุกอย่างจะไหลรวมกลายเป็นความพังพินาศของรัฐบาล การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้นปี 63 เชื่อว่าจะเกิดความวุ่นวายเพราะเมื่อฝ่ายค้านเลือกอภิปรายตัวนายกฯ ซึ่งถือเป็นกล่องดวงใจของรัฐบาลที่แตะต้องไม่ได้ ความโกลาหลจะมาเกิดตรงนี้

บทสรุปของประเทศชาติในปี 2563 ขอใช้คำพูดของอาจารย์ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่า “การเมืองในปี 63 ปัญหาเร่งด่วนมากที่สุดคือ เรื่องเศรษฐกิจซึ่งจะหนักมากกว่าเดิม เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ประเทศประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ วิกฤตด้านการเมืองจะตามมา เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ”

จึงขอเตือนพี่น้องร่วมชาติว่าปี 2563 ประเทศเราน่าจะต้องเผชิญภาวะ “เผาจริง” กันเสียแล้ว