แรงงานพม่ามหาศาล รับ “ซูจี” วอนคุยรัฐบาลไทยทำพาสปอร์ตในไทยได้-เร่งพัฒนาศก.พม่า เพื่อกลับไปทำงานที่บ้านเกิด

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน เวลาราว 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอองซานซูจี ปรึกษาแห่งรัฐแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เดินทางถึงตลาดทะเลไทย ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีแรงงานชาวพม่าจำนวนนับหมื่นรายมารวมตัวกันต้อนรับโดยปักหลักรอตั้งแต่เวลาราว 13.00 น. ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ก่อนที่ฝนจะตกลงมาภายหลัง แต่ก็ยังคงปักหลักอยู่เช่นเดิม โดยมีการโบกธง ชูภาพถ่ายของนางซูจี และร้องเพลงอย่างคึกคัก ส่วนในห้องประชุม มีการพูดคุยเรื่องการขอให้นางซูจีประสานกับรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่า ให้หาทางช่วยแรงงานเมียนมาให้สามารถทำพาสปอร์ตในประเทศไทยได้ และเร่งพัฒนาพม่าให้ก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้แรงงานสามารถกลับไปทำงานที่ประเทศได้

แรงงานพม่า

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงรายละเอียดในช่วงตั้งแต่ 13.00 น. ว่ามีแรงงานพม่า เริ่มทยอยเดินทางมาเพื่อต้อนรับนางอองซานซูจีฯ แต่ปรากฏว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไม่สามารถที่จะให้ผ่านเข้าไปถึงบริเวณด้านหน้าหอ ประชุมตลาดทะเลไทยได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งที่ทางจังหวัดสั่งมา เพราะทางกระทรวงการต่างประเทศกำชับเรื่องของมวลชนและความปลอดภัยที่จะมีต่อ นางอองซานซูจี จึงสร้างความไม่พอใจให้แก่แรงงานต่างด้าวที่มารอ กระทั่งเมื่อแรงงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็มีการแสดงออกซึ่งความไม่พอใจกันและตะโกนเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ปล่อย ให้แรงงานเข้าไปภายในบริเวณดังกล่าวให้จงได้แต่ก็ยังไม่เป็นผล โดยแรงงานกลุ่มผู้เรียกร้องเห็นว่า พวกตนเองนั้นคือกลุ่มที่เดือดร้อนจริง จึงอยากจะบอกกล่าวความเดือดร้อนถึงนางอองซานซูจีโดยตรง แต่กลุ่มที่ได้เข้าไปนั่งในห้องประชุม 503 คนนั้น เป็นแรงงานที่ได้เงินค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทอยู่แล้ว จึงไม่เดือดร้อนและไม่น่าจะสะท้อนปัญหาที่แท้จริงสู่ผู้นำประเทศของตนและ รัฐบาลไทยได้ ดังนั้นจึงต้องการขอเข้าไปนั่งชี้แจงปัญหาหรือเข้าไปรอที่บริเวณลานหน้าห้อง ประชุมตลาดทะเลไทย เพื่อที่จะบอกกล่าวปัญหาให้นางอองซานซูจีทราบ ตอนที่ลงมาจากห้องประชุม แต่ก็ไม่เป็นผล

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารก็ต้องมีการขอกำลังมาเพิ่มขึ้น เพื่อกันมวลชนแรงงานข้ามชาติไม่ให้เข้าไปภายในให้อยู่แต่ในบริเวณด้านนอกตาม ที่กำหนดไว้ ซึ่งแรงงานที่ทยอยเดินทางมาสบทบกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับหมื่นคน ก็ยืนรออยู่ภายนอกบริเวณท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด และยังทำกำแพงมนุษย์ คอยกันไม่ให้รถบัส ที่นำคนงานมาเข้าร่วมประชุม เข้าไปภายในได้ จึงทำให้รถบัสคนงานจากหลายบริษัทต้องหันกลับออกไป สุดท้ายมีเพียงคนงานประมาณ 100 คนเท่านั้น ที่สามารถเข้าไปนั่งรอต้อนรับและพูดคุยกับนางอองซานซูจีได้

อองซาน

กระทั่งเวลา 16.00 น. นางซูจี ได้เดินทางเข้าไปด้วยรถยนต์ เพียงแค่รถขับผ่านไปเท่านั้น แรงงานเมียนมา รอบนอกนับหมื่นคนก็ตะโกนเรียกชื่ออองซานซูจี แล้วก็กรูกันวิ่งตามรถของนางอองซานซูจีเข้าไปถึงบริเวณลานหน้าหอประชุมตลาด ทะเลไทย โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่วางไว้เกือบ 1,000 นาย ไม่สามารถต้านทานแรงมวลชนไว้ได้ไหว แต่เมื่อเข้าไปถึงบริเวณลานหน้าตลาดทะเลไทยแล้ว แรงงานนับหมื่นคนก็นั่งบ้างยืนบ้างรอนางอองซานซูจีอยู่ภายในบริเวณที่ทาง เจ้าหน้าที่ร้องขอ ซึ่งทุกคนก็ยินดีทำตาม แต่ก็มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ตลอดเวลา เช่น การตะโกนร้องเรียนชื่อนางอองซานซูจี การถือรูป ถือป้ายคำพูดภาษาพม่า และการขับร้องเพลงชาติเมียนมา เป็นต้น บางคนก็เตรียมช่อดอกไม้ ภาพวาด และของที่ระลึกมามอบให้แก่นางซูจีด้วย

ทั้งนี้ในช่วงที่เฝ้ารอ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่แรงงานพม่ายังคงปักหลักรอจนกระทั่งนางอองซานซูจีลงมา ก็ตะโกนเรียกชื่ออีกครั้ง โดยในครั้งนี้นางอองซานซูจีไม่ได้มีการพูดคุยแต่อย่างใดกับแรงงานข้ามชาติ ที่รออยู่ด้านล่างเพราะฝนยังคงตกหนัก จึงได้แต่โบกมือแล้วก็ขึ้นรถกลับ ซึ่งเมื่อรถของนางอองซานซูจีขับออกไปแล้ว แรงงานข้ามชาตินับหมื่นคนก็แยกย้ายกันกลับไปอย่างสงบ
สำหรับข้อเรียกร้องที่มีการพูดคุยกันระหว่างนางอองซานซูจีกับแรงงานข้ามชาติในห้องประชุม ก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องของการขอทำพาสปอร์ตในประเทศไทย สำหรับแรงงานที่พาสปอร์ตหมดอายุ โดยขอให้นางอองซานซูจี ประสานกับรัฐบาลไทยและรัฐบาลเมียนมา ให้หาทางช่วยแรงงานเมียนมาให้สามารถทำพาสปอร์ตในประเทศไทยได้เลย และการเร่งพัฒนาประเทศเมียนมาให้มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้แรงงานสามารถกลับไปทำงานที่ประเทศได้

ส่วนเรื่องที่นางอองซานซูจี บอกกล่าวถึงการจะหารือกับรัฐบาลไทยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับแรงงานเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทย นอกจากเรื่องของการทำพาสปอร์ตแล้ว ก็ยังมีเรื่องของการอนุญาตให้ลูกหลานแรงงานข้ามชาติที่สามารถทำงานช่วยเหลือครอบครัวได้แต่อายุยังไม่ถึง 18 ปี สามารถทำงานได้ เพราะปัจจุบันกฎหมายไทยยังไม่อนุญาต ขณะที่ในส่วนของแรงงานที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย ก็จะต้องเคารพกฎหมายไทย รวมถึงข้อระเบียบต่างๆ แม้อาจจะไม่ทำให้เกิดความสบายใจในบ้างเรื่อง แต่ประเทศไทยก็เป็นประเทศเพื่อนบ้าน เป็นประเทศที่สร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่แรงงานเมียนมา ส่วนกรณีที่แรงงานคนไหนเดือดร้อนต้องการให้รัฐบาลเมียนมาช่วยเหลือ ก็ขอให้แจ้งต่อสถานทูตพม่าประจำประเทศไทย เพื่อประสานกับรัฐบาลเมียนมาในการเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมต่อไป

รับอองซานซูจี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon