หน้าแรก การเมือง ผกก.เมืองพะเย...

ผกก.เมืองพะเยาแจงเบรกนิสิต “วิ่งไล่ลุง” ชี้รูปแบบ-ข้อมูลไม่ชัด สั่งจัดกำลังคุมพื้นที่ อนค.เผยส่วนกลางห้ามยุ่งเกี่ยว

6.01.20 | 22:18 น.

กรณีตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ส่งหนังสือแจ้งถึงกลุ่มพลังใหม่ประชาธิปไตยพะเยา ไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมวิ่ง ในวันที่ 12 มกราคม 2563 นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2563  พ.ต.อ.บวร ไชยคำ ผกก.สภ.เมืองพะเยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีน้องๆนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา(มพ.) 3 คน มายื่นหนังสือขออนุญาตจัดกิจกรรมวิ่ง ในวันที่ 12 มกราคม 2563 ในพื้นที่เขตความรับผิดชอบของ สภ.เมืองพะเยา ทั้งนี้ตนได้สอบถามรายละเอียดจากนิสิตทั้งสามคนแล้ว ปรากฏว่าน้อง ๆทั้งสามคนไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ได้ ประกอบกับน้องๆ ให้ข้อมูลว่าเป็นเพียงผู้นำหนังสือมายื่นขออนุญาตเท่านั้น จึงไม่ทราบรายละเอียดมากนัก เมื่อสอบถามเรื่องการขออนุญาตทำกิจกรรมชุมนุมตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ทางน้องๆยืนยันไม่ใช่การชุมนุม ดังนั้นสภ.เมืองพะเยา จึงไม่สามารถอนุญาตให้จัดกิจกรรมดังกล่าวได้ พร้อมกันนี้ ได้ชี้แจงความเข้าใจกับน้องนิสิตทั้งสามคนถึงเหตุผลที่ไม่สามารถอนุญาตให้จัด ซึ่งน้อง ๆเข้าใจ

“ขณะเดียวกัน ส่วนของกลุ่มที่ไม่สนับสนุนกิจกรรมการวิ่งของนิสิตกลุ่มพลังใหม่ประชาธิปไตยพะเยา เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำความเข้าใจและแจ้งเหตุผลที่เหมาะสมให้ตัวแทนกลุ่มผู้ไม่สนับสนุนรับทราบไปแล้ว ถึงเหตุที่ไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมวิ่งในวันที่ 12 มกราคม 2563 พร้อมกันนี้ สภ.เมืองพะเยา จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเฝ้าระวังในพื้นที่ความรับผิดชอบอย่างเต็มที่และมีความรอบคอบ” พ.ต.อ.บวร กล่าว

นายวิสา บุนนัดดา อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 พะเยา พรรคอนาคตใหม่(อนค.) เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรมวิ่งไล่ลุงนี้ พรรค อนค.ส่วนกลางย้ำมาว่า ห้ามสมาชิกพรรคเข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยเด็ดขาด เพราะไม่ต้องการให้พรรคถูกมองภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม เพราะพรรคเน้นให้สมาชิกลงพื้นที่รับฟังข้อมูล ความคิดเห็น และปัญหาจากประชาชน ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมนอกเหนือจากนโยบายพรรค จากการสังเกตการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญน้อง ๆทั้งสามคนไปพบและชี้แจงการห้ามไม่ให้จัดกิจกรรม พบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ได้อธิบายด้วยเหตุผลอย่างสุภาพและเป็นมิตรกับน้อง ๆถึงเหตุผลที่ไม่สามารถอนุญาตให้จัดกิจกรรม รวมถึงเหตุผลที่เข้าไปสร้างความเข้าใจกับน้อง ๆและผู้ปกครอง ซึ่งทุกอย่างต่างฝ่ายก็เข้าใจกัน