การเคลื่อนไหวของกลุ่มกิจสังคมใหม่อันนำโดย นายชัชวาล คงอุดม และห้อมล้อมด้วย นายพิเชษฐ สถิรชวาล กับ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ เลือกจังหวะอันเหมาะสมอย่างยิ่ง
จังหวะ 1 คือ การพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วาระ 2 และวาระ 3
นี่คือห้วงเวลาสำคัญยิ่งของ “รัฐบาล”
ขณะเดียวกัน จังหวะ 2 ที่จะตามมาอย่างแน่นอน คือ การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้านโดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเป้าหมายใหญ่
นี่คือห้วงเวลาสำคัญยิ่งของ 1 รัฐบาล และ 1 สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เดือนมกราคม จึงเป็น”วินาทีทอง”แห่งการตัดสินใจ
แม้รัฐบาลจะมีความมั่นใจในการดูดดึงบรรดา”งูเห่า”โดยเฉพาะจาก 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่มาเสริมคณิตศาสตร์ทางการเมือง แต่ภายในกระบวนการทั้งดูดและดึงนั้นย่อมมีรายจ่าย
ไม่เพียงเป็น “รายจ่าย” ต่อกระบวนการตัดสินใจของบรรดา”งูเห่า”แต่ละตัวเท่านั้น
หากที่สำคัญเมื่อ “งูเห่า” เข้าไปอยู่ในองคาพยพของพรรคการเมืองใดก็เท่ากับไปเสริมและเติมให้เกิดการแปรเปลี่ยนปริมาณของแต่ละพรรคการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ
นั่นหมายถึงอำนาจต่อรองทางการเมืองย่อมตามมาให้กับแต่ละ พรรคการเมืองโดยอัตโนมัติ นั่นหมายถึง แรงสะเทือนที่จะมีผลให้เกิด การคิดคำนวณสูตรใหม่
เพราะตัวเลขที่อยู่ในมือของกลุ่มกิจสังคมใหม่ย่อมหมายถึงพลังและอำนาจในการต่อรอง
การแปรเปลี่ยนตัวเลขในทางคณิตศาสตร์การเมือง ด้านหนึ่ง เป็นการ ลดปริมาณของพรรคฝ่ายค้าน ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง เป็นการเพิ่มปริมาณภายในของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล
การเปรียบเทียบระหว่างแต่ละพรรคการเมืองจึงเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้พ้น
แรงกระเพื่อมอันมาจากกลุ่มกิจสังคมใหม่จึงเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้จำต้องจัดสรรปันส่วนตำแหน่งในครม.กันใหม่
เท่ากับเป็นการทวงถาม”เก้าอี้”ให้กับ”กลุ่มกิจสังคมใหม่”

