รายงานหน้า 2 : ก้าวที่ 43 ของมติชน ก้าวที่ 76 ของชีวิต ขรรค์ชัย บุนปาน ‘ความจริง’ คือ ทางออก

อาจเป็นประโยคเกริ่นนำที่แสนธรรมดา หากบอกว่า ‘มติชน’ นำเสนอ ‘ความจริง’ สู่สังคมไทยตลอดมาจนก้าวสู่ปีที่ 43 ในวันนี้

อาจเป็นการเปิดบทสัมภาษณ์อย่างจืดชืด ไม่หวือหวา

แต่จะเป็นอะไรไปเล่า หากประโยคนั้นคือ ‘ความจริง’ อันเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในทุกตัวอักษรที่ถูกตีพิมพ์ลงบนหน้ากระดาษ วางแผงทุกเช้าตรู่ นับแต่ฉบับแรก เมื่อจันทร์ที่ 9 มกราคม พุทธศักราช 2521 กระทั่งฉบับเช้าวันนี้ พฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พุทธศักราช 2563

ขรรค์ชัย บุนปาน บรรณาธิการคนแรกของหนังสือพิมพ์มติชนรายวันในวันนั้น ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มติชน จำกัด ในวันนี้ ยังคงจดจำรสชาติของเมนูคุ้นลิ้นในกอง บก. อย่าง ‘ผัดไทยใส่พริกป่นเยอะๆ’ และบรรยากาศบนดาดฟ้าของโรงพิมพ์พิฆเณศ ยุคแรกตั้ง ‘มติชน’ ได้เป็นอย่างดี แม้เวลาผ่านไปนานกว่า 4 ทศวรรษ

และแน่นอนว่าไม่แปลกอะไร เมื่อรายการ ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ที่ควงคู่ สุจิตต์ วงษ์เทศ จะเน้นย้ำ ‘ความจริง’ ให้สังคมรับรู้ผ่านหลักฐานด้านโบราณคดี ต้าน ‘เฟคนิวส์’ ในประวัติศาสตร์ไทย อันเป็นลายเซ็นของค่าย ‘มติชน’ มาเนิ่นนานตั้งแต่รายการนี้ยังไม่เกิด จนกำลังจะก้าวสู่ปีที่ 4 ราวกับกะพริบตาเพียงครู่เดียว

ในขณะที่กรอบมุมบนฝั่งขวา ในหน้า 3 ทุกฉบับวันอาทิตย์ หัวเรือใหญ่ค่ายมติชน ร่าย ‘ความจริง’ ในมุมมองของตัวเองผ่านโคลง 4 สุภาพ กระทุ้งปมการเมืองไทยอย่างมีชั้นเชิง หลายครั้งสะกิดแรงจนเรตติ้งพุ่งกระฉูดในโลกโซเชียลที่เจ้าตัว ‘ไม่เล่น’ แต่ ‘รู้’ เกือบทุกกระแส

เปล่าเลย

นี่ไม่ใช่บทสัมภาษณ์ที่ขอจับจองตารางนัดหมายอย่างเป็นทางการในห้องทำงานเปิดแอร์เย็นสบายบนชั้น 8 ตึกใหญ่ของบริษัท มติชน จำกัด มหาชน

หากแต่เป็นคำตอบ ‘ระหว่างทาง’ จากบริบทหลากหลายในช่วงก่อน ‘วันเกิด’ มติชน ไม่กี่อึดใจ ทั้งขณะเดินทางไปถ่ายทำรายการทอดน่องฯ ทั้งขณะลงพื้นที่ด้วยตนเองเพื่อติดตามโครงการแบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

“ชอบนั่งรถ ได้ดูนู่นดูนี่ และแวะปั๊ม (หัวเราะ)” ขรรค์ชัยกล่าวในก้าวที่ 76 ของชีวิตท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงตั้งแต่ต้นปี

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดหนักและสถานการณ์โลกร้อนระอุ

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมายคล้ายไม่มีวันจบสิ้น

ต่อไปนี้คือความคิด ความเห็นและสุ้มเสียงของ ขรรค์ชัย ที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษร บันทึกด้วยหมึกพิมพ์ลงบนหน้ากระดาษฉบับประวัติศาสตร์อีก 1 ก้าวของ ‘มติชน’

⦁จากที่ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาหลายครั้ง มติชนก็เคยได้รับผลกระทบด้วย คิดว่าครั้งนี้รุนแรงขนาดไหนต่อสังคมไทย?

น่ากลัว ยิ่งกว่าปี 40 ตอนนั้นคนไปกู้เงินต่างประเทศแล้วขาดทุน กระทบนักลงทุนใหญ่ๆ ในขณะที่ฐานรากยังอยู่ แต่ครั้งนี้กระทบไปหมดเลย ชาวบ้าน ร้านค้า เศรษฐกิจแบบนี้ คนจะเจ๊งหมด การเงินฝืดเคืองลง ของแพงขึ้น ข้าวปลาจะแพงขึ้น ทุกอย่างแพงขึ้นหมด ของผลิตมาขายไม่ได้ ไม่มีคนซื้อ ต่างจังหวัดจะขาดแคลนมากที่สุด ส่วนภาคธุรกิจ สมมุติว่าขายรถ ปีก่อนๆ เคยขายได้ 1,000 คัน ลดลงมาเหลือ 400 คัน คนไปซื้อรถมือสอง มือสามหมด เพราะไม่มีเงิน ก็ต้องอยู่กับความจริงให้ได้ ต้องปรับตัวตาม แต่ต้องเป็นไปในทางที่ถูกที่ควร มติชนเวลาเจอวิกฤตอะไรก็ปรับตัว ขนาดปรับแล้วยังกระทบตั้ง 5-6 ปี

⦁เชื่อว่าการปรับตัวเป็นทางออกประเทศ?

เป็นทางออกของทุกคน และต้องเอาสัจจะคือ ความจริง ของจริงไว้ก่อน ถ้าแก้ทางผิด ก็ผิดไปเลย เหมือนกลัดกระดุมผิดเม็ด บางคนไม่มีกระดุมกลัดด้วยซ้ำ

โลกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความเปลี่ยนแปลงมันมาตลอด และมันผูกพันกันหมด กฎหมายไม่สำคัญเท่าคำร้องขอให้ร่วมมือของประชาชน หลักง่ายๆ คือ ประหยัด สะอาด ขยัน จะทำอะไรต้องรู้เรื่อง ไม่ใช่ทำถนนลอยฟ้า แต่ปล่อยน้ำเน่า ทั้งที่น้ำคือชีวิต ให้ชีวิต ถ้าดูแลน้ำ ปลาก็ตามมา ข้าวก็เขียว ต้องมองทางยาว ต้องมองธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ให้ทะเลมีชีวิต ให้ป่าไม้มีชีวิต ผู้ใหญ่ในประเทศต้องเป็นคนนำด้วย รัฐบาลควรทำดีให้คนเห็น ประหยัดให้คนเห็น เราเมืองร้อน เสื้อผ้าก็ใส่ผ้าเบาๆ ซะ

⦁ในสถานการณ์อย่างนี้ จะบอก ‘วัยรุ่นสร้างตัว’ อย่างไร ในฐานะรุ่นพี่ที่อาบน้ำร้อนสร้างอาณาจักรของตัวเองจนสำเร็จจนถึงวันนี้

ต้องทำงานมากๆ อย่างที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรี บอก นายคิดถึงฉัน นายทำงาน ถ้าทำถูกช่อง ก็รวยได้ ดูอย่างแจ๊ก หม่า ในขณะเดียวกันก็ให้เห็นแก่คนอื่นเยอะๆ ศาสดา ครูบาอาจารย์เก่าๆ บอก ให้เห็นแก่คนอื่นจนไม่เห็นตัวเอง ไม่มีตัวเอง ไม่มีตัวตน ภาระน้อย เรื่องก็น้อย

⦁ได้ใช้สิทธิ ‘ชิม ช้อป ใช้’ เฟส 3 ของผู้สูงอายุหรือเปล่า?

ไม่กล้าลงทะเบียน เป็นคนไม่มีทะเบียน (หัวเราะ)

⦁มองบรรยากาศการต่อสู้ทางความคิดระหว่าง ‘ใหม่’ และ ‘เก่า’ หรือ ก้าวหน้า และอนุรักษนิยม ที่เป็นไปอย่างเข้มข้นในตอนนี้อย่างไร ทั้งในฐานะนักข่าวเก่า และผู้อาวุโสที่ผ่านสถานการณ์ทางการเมืองนับครั้งไม่ถ้วน?

ก็เป็นความเห็นที่แตกต่างระหว่างคนรุ่นเก่า กับคนรุ่นใหม่ซึ่งไม่เห็นด้วยกับสังคมปัจจุบัน อยากเปลี่ยนแปลง เลยกลายเป็นศัตรูของระบบ

⦁ปีที่แล้วเคยให้สัมภาษณ์ว่า ‘ถ้าตอนนี้ยังหนุ่มก็จะเป็นนักข่าว’ ล่าสุดเครือมติชน โดยเฉพาะ ‘ข่าวสด’ ฮอตมากด้านสร้างสรรค์คลิป ถึงขนาดเฟซบุ๊กเผยแพร่บทความเกี่ยวกับการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น 19 เท่าในไม่กี่เดือน แล้วนักข่าวชื่อขรรค์ชัย จะทำคลิปกับเขาไหม?

ทำด้วยสิ! ก็ต้องเอาตัวรอดกับงานสุจริต (หัวเราะ) ความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น ก็ต้องติดตาม ปรับตัวไป สนุกด้วย

⦁พูดถึงการทำคลิป ก็ต้องถามถึงรายการ ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ซึ่งมีสถิติน่าสนใจมาก คือ กลุ่มคนดูส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน มองประเด็นนี้อย่างไร?

แต่ก่อนเราคิดว่าเขาไม่สนใจ จริงๆ แล้วไม่มีใครไปบอกเขา ให้เขาดู ให้เขาเห็นต่างหาก เราเสนอให้เขาดู ให้เขาเห็น เขาก็สนองตอบ และมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น และเป็นสิ่งที่เขาต้องดู ต้องเห็น โลกจะได้สอดคล้องต่อกัน โลกมีความน่าดูทั้งนั้น ความรู้ต้องแบ่งปันกันไป ให้พี่จิตต์เขาพูด เพราะความรู้ดี ปีนี้ทางรายการต้องถามคนดูด้วยว่าเขาอยากให้เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

⦁ท่ามกลางสมรภูมิวาทะ ‘ชังชาติ-พังชาติ’ เนื้อหาในรายการบางส่วนที่แตกต่างจากประวัติศาสตร์แห่งชาติซึ่งเคยคุ้นกันในแบบเรียน ถูกฝ่ายอนุรักษนิยมบางคนคอมเมนต์ว่าเป็นแนวคิดชังชาติ โดยเฉพาะสุจิตต์?

ไม่จริง รักชาติมาก รักจนน้ำตาไหล บางคนเห็นไม่ตรงกับเรา ก็มาบอกว่าชังชาติ ทั้งที่การคิดแตกต่างกันมันเป็นเรื่องปกติ

⦁เกือบทุกตอนในปีที่ผ่านมามีการนำภาพสมัยเป็นนักศึกษาโบราณคดีขณะไปสำรวจแหล่งต่างๆ ออกอากาศด้วย ดูรูปเก่าแล้วมามองตัวเองในวันนี้ที่เดินทางกลับไปอีกครั้งอย่างไร?

รู้สึกอนิจจังไม่เที่ยง ไม่เกี่ยวกับหล่อไม่หล่อ (หัวเราะ) ตอนหนุ่มยังไม่ค่อยมีจะกิน แต่ชอบไปต่างจังหวัดอยู่แล้ว ใครชวนไปไหนก็ไป ส่วนใหญ่ไปกับพี่จิตต์ เพราะไม่มีใครไปด้วย (หัวเราะ) เปล่าหรอก ชอบเหมือนๆ กัน คือไปวัด อ่านหนังสือ สมัยก่อนไปอยุธยาต้องค้างคืนนึง ไปนอนตรงวังเก่า สนุก ทุกวันนี้ก็ยังสนุกอยู่ มีความสุข ได้เห็นของใหม่ ของแปลก แต่ต้องไปที่สบายๆ หน่อย ร่างกายไม่เหมือนเดิม

⦁เรียกได้ว่าประวัติศาสตร์ โบราณคดี ยังคงเป็นอีกไฮไลต์หนึ่งของค่ายมติชน?

ก็กำพืดเก่าเราเอง (หัวเราะ) ของดั้งเดิม ไม่ต้องมาสร้างใหม่ เป็นความคุ้นชิน เพราะเรียนจบโบราณคดี ก็หากินในสิ่งที่เราเคยกิน จะให้ทำเรื่องกองทัพหรืออย่างไร ถ้าไปสนใจเรือดำน้ำสิประหลาด ถูกไหมเล่า (หัวเราะ) เราโตมากับสังคมศาสตร์ ก็ต้องแบบนี้เป็นธรรมดา

⦁ระหว่างเดินทางไปถ่ายทำรายการในหลายจังหวัด ก็แวะร้านหนังสือเก่าแก่ และนัดทานข้าวพบปะสายส่งด้วย ต่างคนยังบอกว่าผูกพันกับมติชน มี ‘สัญญาใจ’ ต่อกัน?

แต่ก่อนเราเหมือนคนบ้านเดียวกัน แม้ว่ามติชนอยู่ในกรุงเทพฯ เขาอยู่ต่างจังหวัด เราร้อน เขาก็ร้อน เราหนาว เขาก็หนาว ทุกวันนี้ก็ยังให้กำลังใจกัน ยอดขายหนังสือมันตกลงไป นับวันจะเรียวลง ก็อาจต้องหารายได้เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าอย่างอื่นเสริม ต้องยอมรับ แก้ปัญหากันไป มาดูว่าทำอย่างไรจึงจะอยู่ได้ เดี๋ยวนี้คนหันไปดูมือถือกันหมด เป็นความเปลี่ยนแปลง รายได้จากการขายหนังสืออาจไม่ใช่สตางค์อย่างเดียว แต่เป็นการให้ความรู้ ก็เท่ากับเป็นครู

⦁บนเก้าอี้ผู้บริหาร เวลาถูกสื่อด้วยกันโจมตีโดยโยงถึงพรรคการเมืองบางพรรค รู้สึกอย่างไร?

อย่าให้ราคา อย่าไปเสียเวลา ไม่ต้องไปคิดถึง ทำงานไป จะไปสนใจทำไม ถ้าเราทำงานจริง มีคุณภาพจริง มันเลยจากจุดนั้นไปแล้ว มีเรื่องอื่นตั้งเยอะแยะ

⦁สมัยก่อนมีคำว่าสื่อแดง-เหลือง เดี๋ยวนี้มี ‘สื่อฝ่ายประชาธิปไตย’ กับเอาใจเผด็จการ อาจเป็นคำถามที่ถูกถามกันบ่อย แต่ก็ยังอยากถามอีกครั้งว่า สื่อเลือกข้างได้ไหม?

เลือกได้ เลือกความซื่อสัตย์ และเชื่อในประโยชน์ที่เป็นไปเพื่อคนส่วนใหญ่

⦁ยุคนี้ ‘นักข่าวเซเลบ’ บนเฟซบุ๊กเยอะ บางคนคุณภาพแน่นจริง แต่บางคนอาจยังเป็นที่สงสัย นักข่าวสมัยก่อนมีชื่อเสียงจากอะไรในยุคออฟไลน์ที่ยังไร้โซเชียลมีเดีย?

จากงาน ต้องทำงาน คนสนใจและจดจำนักข่าวจากผลงาน ถ้าทำดี คนอ่านก็จำได้ ถ้าไม่ใช่ของจริง เดี๋ยวคนก็รู้กัน อยู่ได้เดี๋ยวเดียว ถึงคนอ่านยังไม่รู้ แต่นักข่าวด้วยกันจะรู้ เพราะเราคนทำงาน เรารู้อยู่แล้ว

⦁ปีก่อนๆ เคยบอกว่า ‘มติชน’ เปรียบเป็นผู้ใหญ่ เข้าสู่วัยกลางคน แล้ววันนี้ซึ่งก้าวสู่ปีที่ 43 มติชนจะเป็นผู้ใหญ่แบบไหน?

เป็นผู้ใหญ่ที่สุขุม รอบคอบขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ถ้าไม่สุขุมรอบคอบ จะเพลี่ยงพล้ำได้

⦁ในการก้าวสู่ปีที่ 43 มติชนมีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้บริหารด้วย?

ใช่ ความเปลี่ยนแปลงต้องมีอยู่ตลอด ไม่อย่างนั้นจะเป็นงานได้อย่างไรเล่า คนเราต้องปรับ ต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว เดี๋ยวผมก็หงอก ฟันก็คลอน ตาก็เข (หัวเราะ)

⦁เพิ่งให้สัมภาษณ์นิตยสารแนววัยรุ่นไป ทำไมตอบตกลงทั้งที่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อทั่วไปนานมากแล้ว?

คนที่ติดต่อมาเคยสัมภาษณ์กันเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เป็นบทสัมภาษณ์แรกในชีวิตของเขาสมัยเรียนจบจากธรรมศาสตร์ใหม่ๆ ก็เลยโอเค รู้จักกันมานาน

⦁ย้อนไปบทสัมภาษณ์เมื่อราว 30 ปีก่อนในนิตยสาร ‘ไฮ-คลาส’ ซึ่งเคยบอกว่า ‘อยากเป็นเพียงปุถุชนที่ยิ่งใหญ่’ สิ่งที่พูดไปในวันนั้น ความรู้สึกนึกคิดเปลี่ยนแปลงไปไหมเมื่อเวลาผ่านมาจนถึงวันนี้?

(ส่ายหน้า) ไม่เปลี่ยน เพียงแต่โลกใหญ่ขึ้น คนมากขึ้น เราอาจเล็กลงเป็นธรรมดา แต่ก่อนเรายังเด็ก คิดว่าจะเติบโตขึ้น ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ใหญ่หรอก ยิ่งอยู่ ยิ่งเล็ก

⦁ทราบหรือไม่ โคลงที่เขียนลงหน้า 3 ทุกฉบับวันอาทิตย์ ช่วงหลังๆ มานี้ กระตุกแรงมาก ยอดไลค์สูงมาก?

ไม่รู้ แล้วนี่จะทำได้อีกสักเท่าไหร่กัน เดี๋ยวก็ไปแล้ว (หัวเราะ) วันก่อนทำของตก ก้มเก็บนิดเดียว เจ็บหลังเลย ประมาทไปหน่อย คิดว่าทำได้

⦁คิดว่ายังหนุ่ม?

ไม่ใช่หรอก คิดว่าเดี๋ยวพื้นสกปรก ของตกก็ต้องเก็บ (หัวเราะ)

⦁แต่มีคนทักเยอะว่าดูสดใสขึ้น?

ก็ใจมันไม่เป็นไร (ยิ้ม)

⦁ความสุขที่สุดในวันนี้ของขรรค์ชัย บุนปาน ที่กำลังจะเป็นชายวัย 76 คืออะไร?

อยู่เฉยๆ และทำงาน ไม่ฟุ้งซ่าน เป็นภาระคนอื่นให้น้อยที่สุด.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หมอ-ยูทูบเบอร์ อาชีพในฝัน มาแรงของเด็กไทย
บทความถัดไป‘ศรีสุวรรณ’ ชี้ วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง เป็นกิจกรรมทางการเมืองต้องขออนุญาตตามกฎหมาย