ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่า 5 พันธมิตรในแนวร่วมฝ่ายค้านต่างรู้ว่า ร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ผ่านสภาอย่างแน่นอน
ไม่ว่าวาระ 2 ที่กำลังพิจารณาอยู่ ไม่ว่าวาระ 3 ในการพิจารณาต่อไป
แต่ “อะไร” คือ “เป้าหมาย”อย่างแท้จริง
เป้าหมายอย่างแท้จริงของฝ่ายค้าน คือการอาศัยกระบวนการของงบประมาณเพื่อชี้ให้เห็นถึงสภาพความเป็นจริงของ “อำนาจรัฐ” ในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร
คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง หรือคำนึงถึงประโยชน์ของอะไรเป็นสำคัญ
บทสรุปหนึ่งก็คือ การดำรงอยู่ของ”รัฐราชการรวมศูนย์”
หากใครติดตามการอภิปรายของ ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านอย่าง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล อย่าง นายเทพไท เสนพงศ์
ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจและอิทธิพลอันดำรงอยู่ของรัฐราช การที่มีการกำกับโดยกระทรวงใหญ่ 2 กระทรวง
1 กระทรวงกลาโหม 1 กระทรวงมหาดไทย
ขณะเดียวกัน แม้กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น ล้วนดำรงอยู่อย่างมี การรวมศูนย์อำนาจจาก”ส่วนกลาง”
ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น จึงเกิดขึ้นและดำรงอยู่ในลักษณะอันเป็นเหมือน “เมืองขึ้น” มีความพยายามรีดเอาอำนาจไปรวมศูนย์แต่ไม่ยอมให้มีการกระจายอย่างเป็นจริง
ตรงนี้ต่างหากที่เป็นเนื้อหาใจกลางของรัฐ ของงบประมาณ
หากฝ่ายค้านไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าพันธมิตรอีก 5 พรรค ตระเตรียมและจัดวางแผนการอภิปรายอย่างรัดกุมก็จะประสบความสำเร็จ
นั่นก็คือ ประสบความสำเร็จในการเปิดโปงให้เห็นธาตุแท้ของ “อำนาจรัฐ”ในปัจจุบัน
ขุดคุ้ยรูปธรรมออกมาในแต่ละโครงสร้างของงบประมาณ
ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการจัดทำงบประมาณบนพื้นฐานแห่ง”รัฐราช การรวมศูนย์”เช่นนี้อนาคตของชาติบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร
ตรงนี้ต่างหากคือกระบวนการ”ปักธง”ใน”ความคิด”

