เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายปกรณ์ อารีกุล แกนนำกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ พร้อมอาจารย์และประชาชนทยอยเดินทางมาเยี่ยมผู้จัดกิจกรรมที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ หลังถูกจับกุมนำส่งศาลทหาร โดยมี 7 คนไม่ขอยื่นประกันตัว อาทิ นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ผู้เข้าเยี่ยมทั้งหมดได้ลงชื่อเข้าเยี่ยมเวลา 11.00 น.จากนั้นเวลา 12.00 น. จึงได้เดินทางออกมาให้สัมภาษณ์
นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องการข่มขู่คุกคามผู้รณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2559 สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่และสมาชิกสหภาพแรงงานรวม 13 คน ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุมตัวจากการจัดกิจกรรมแจกเอกสารรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญและเอกสารลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด ที่ตลาดเคหะบางพลี จ.สมุทรปราการ ต่อมาในวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา นิสิตกลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์และสมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่รวม 7 คนถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุมตัวจากกิจกรรมทำความสะอาดอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่วงเวียนหลักสี่ เขตบางเขน โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาชุมนุมทางการเมืองเป็นจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 3/2558 แก่ผู้จัดกิจกรรมทั้งสองกลุ่มและมีความพยายามแจ้งข้อหาต่างๆ เพิ่ม ทั้งข้อหาไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือ แก่ผู้จัดกิจกรรมกลุ่มแรก 7 คนที่ไม่ขอประกันตัว ข้อหาชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุมตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 รวมถึงพยายามเพิ่มข้อหาตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2558 แก่ผู้จัดกิจกรรมแรกทั้ง 13 คนและผู้จัดกิจกรรมที่สองจำนวน 1 คน โดยอาศัยเพียงหลักฐานเอกสารรณรงค์ประชามติในรถยนต์ที่ได้ตรวจยึดไว้ ไม่ได้มุ่งหมายที่จะนำออกมาแจกจ่ายแต่อย่างใด
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า ท้ายที่สุดศาลทหารมีคำสั่งฝากขังผู้จัดกิจกรรมแรกของท้องที่สภ.บางเสาธง เป็นเวลา 12 วัน โดยมีผู้ขอประกันตัว 6 คน และมีคำสั่งยกคำร้องผู้จัดกิจกรรมที่สองทั้งหมดนั้น ขบวนการประชาธิปไตยใหม่มีความเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นแสดงถึงการยกระดับการข่มขู่คุกคามประชาชนผู้แสดงความคิดเห็นคัดค้านคสช. โดยเฉพาะประเด็นการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งจากการนำกฎหมายและคำสั่งคณะรัฐประหารเกี่ยวกับการชุมนุมมาบังคับใช้เฉพาะแก่กรณีการรณรงค์ประชามติ ทั้งความพยายามนำกฎหมาย ประกาศหรือคำสั่งต่างๆ มาลงโทษแก่ผู้จัดกิจกรรมให้ได้มากที่สุด หรือกระทั่งความพยายามนำพ.ร.บ.ประชามติมาบังคับใช้ทั้งที่เจ้าหน้าที่ผู้แจ้งข้อหามิได้เป็นผู้รักษาการตามพ.ร.บ.ดังกล่าว รวมถึงมีกรณีที่แจ้งข้อหาทั้งที่ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าได้มีการกระทำการใดๆ ดังข้อหาที่ว่านั้นเลย ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะกับฝ่ายรณรงค์ไปในทางไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น
“เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า คสช.ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญขผ่านการลงประชามติ โดยไม่สนใจว่าประชาชนควรจะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน และตัดสินใจได้อย่างตรงตามเจตนารมณ์ของพวกเขาอย่างแท้จริง คสช.พร้อมที่จะปิดปาก ใครก็ตามที่ขวางทางของผม แม้ว่าสิ่งที่พวกเขากระทำจะเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่พวกเขาพึงมีโดยสุจริตก็ตาม ขบวนการประชาธิปไตยใหม่จึงขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้จัดกิจกรรมที่ยังถูกฝากขังอยู่ทั้งหมด 7 คนในทันทีโดยปราศจากเงื่อนไข” นายปกรณ์กล่าว
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า ต่อจากนี้จนถึงวันลงประชามติ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่จะขอเดินหน้ารณรงค์ประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญต่อไป เพื่อยืนยันว่านี่คือสิ่งที่ประชาชนทุกคนสามารถกระทำได้ เราจะขอยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้รณรงค์ประชามติทุกคนทุกฝ่ายที่ถูกรังแกจากการอ้างกฎหมายและจะขอต่อสู้อย่างถึงที่สุดเพื่อให้ได้มาซึ่งการประชามติที่มีเสรีภาพและความเป็นธรรม
นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ต้องขังทั้ง 7 คนยังขวัญกำลังใจดี และจะขออยู่ให้ครบผัดแรก 12 วันทั้งหมด ตอนนี้ทางกลุ่มมีการดูแลความเป็นอยู่ในเรือนจำ ข้อหาที่แจ้งไปก็มีโทษหนักจำคุกถึง 5-10 ปี แต่ทุกคนยืนยันไม่ขอยื่นประกันตัว ตอนนี้มีการจัดกิจกรรมชี้แจงคนในเรือนจำเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ตอนเข้าไปครั้งแรก คนในเรือนจำก็งงเพราะเป็นการชูป้าย คราวนี้ยิ่งงงมากกว่าเดิมเพราะเป็นการแจกใบปลิว ถ้าสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถทำได้ก็ไม่ต้องมีประชามติอีกต่อไป อย่างไรก็ดี ทางกลุ่มยืนยันว่าจะจัดกิจกรรมต่อไปในวันพรุ่งนี้และวันจันทร์ โดยจะขอหารือกันเรื่องสถานที่และเวลาอีกครั้ง ทั้งนี้ ผลการลงประชามติวันที่ 7 สิงหาคมเป็นอย่างไรก็พร้อมเคารพการตัดสินของประชาชน คสช.ควรใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งกับคนที่รณรงค์เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ตนไม่ได้หมายความว่าต้องไปไล่จับ ไม่ควรกำหนดโทษตามพ.ร.บ.ประชามติ แต่ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นเพื่อบรรยากาศที่ดีเหมือนที่ประเทศอังกฤษ นอกจากนี้วันที่ 28 มิถุนายนนี้ ทางกลุ่มอาจารย์จะมีการออกแถลงการณ์เรื่องดังกล่าวอีกครั้ง

