เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง องค์คณะผู้พิพากษานัดไต่สวนการกระทำที่ขัดต่อข้อกำหนดของศาลในคดีที่ อัยการสูงสุดยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข กับพวกรวม 14 คน เป็นจำเลยที่ 1-14 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 , 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91
ซึ่งวันนี้เป็นการนัดในส่วนที่นายวัฒนาได้ยื่นคำร้องกล่าวหา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ผิดข้อกำหนดของศาล
โดยในวันนี้ นายวัฒนา เดินทางมาศาลพร้อมด้วย นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ ขณะที่ น.ส.ปารีณา เดินทางมาพร้อมนายทัศไนย ไชยแขวง ทนายความมาศาล
โดยเมื่อถึงเวลานัด น.ส.ปารีณา ผู้ถูกกล่าวหาขึ้นแถลงศาลว่าเฟซบุ๊คที่ผู้ร้องนำมาอ้างในคดีนี้เป็นเฟซบุ๊คปลอมและมีการลบไปแล้วผู้ถูกกล่าวหาไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับข้อความในเฟซบุ๊คผู้ร้องแถลงว่าเมื่อผู้ถูกกล่าวหาแถลงยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าไม่ทราบเรื่องข้อเท็จจริงในข้อความตามคำร้องผู้ร้องเชื่อในเกียรติของผู้ถูกกล่าวหาว่าไม่ทราบข้อเท็จจริงผู้ร้องไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีนี้ต่อไปและแถลงขอถอนคำร้องผู้ถูกกล่าวหาไม่คัดค้านผู้ร้องและผู้ถูกกล่าวหาไม่ติดใจที่จะขอให้ศาลไต่สวนคดีในชั้นนี้ต่อไป ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อคู่ความทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีจึงอนุญาตให้ถอนคำร้องและจำหน่ายคดีไต่สวนการกระทำที่ขัดต่อข้อกำหนดของศาลออกจากสารบบความ ให้ยกเลิกวันนัดฟังคำสั่งที่นัดไว้เดิม
โดย นายนรินท์พงศ์ ทนายความนายวัฒนากล่าวว่า วันนี้เมื่อปารีณาผู้ถูกร้อง แถลงต่อศาลว่าเฟชบุ๊คที่นายวัฒนา ยื่นคำร้องนำมาอ้างในคดีนี้เป็นเฟชบุ๊คปลอมและมีการลบไปแล้วนั้น น.ส.ปารีณาไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับข้อความในเฟชบุ๊ค นายวัฒนาจึงได้แถลงต่อศาลว่าเมื่อ น.ส.ปารีณาแถลงยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าไม่ทราบเรื่องข้อเท็จจริงในข้อความจึงเชื่อในเกียรติของ น.ส.ปารีณาว่าไม่ทราบข้อเท็จจริงจึงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีนี้ต่อไปและแถลงขอถอนคำร้องซึ่งศาลอนุญาตให้ถอนคำร้องและจำหน่ายคดีได้
ทั้งนี้ภายหลังการไต่สวน นายวัฒนาเปิดเผยว่า ในชั้นการไต่สวน น.ส.ปารีณาได้ให้การต่อศาลยืนยันว่า เฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ข้อความในลักษณะดังกล่าวเป็น เฟซบุ๊กปลอมและได้ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีเจตนาที่จะต้องการทำให้ตนได้รับความเสียหาย ดังนั้นเมื่อ น.ส.ปารีณา ยืนยันตนก็เชื่อว่า น.ส.ปารีณา มีเกียรติพอที่จะพูดความจริง จึงขอถอนคำร้องดังกล่าวโดยไม่ติดใจเอาความอีกต่อไป ซึ่งศาลได้จดรายงานและยุติเรื่องนี้แล้ว
นายวัฒนา กล่าวว่า คดีนี้แม้เอาผิดต่อไปก็มีโทษแค่เพียงปรับเท่านั้นส่วนตัวจึงไม่อยากให้เป็นคดีไปรกศาลเพราะเห็นว่าศาลมีภารกิจและมีคดีสำคัญที่จะต้องพิจารณาจึงไม่อยากให้เป็นปัญหาจึงไม่เอาความ
ด้าน น.ส.ปารีณา เปิดเผยว่า คดีนี้หากเอาผิดต่อไปก็จะเป็นการสร้างภาระให้กับศาล ซึ่งตนมีเอกสารหลักฐานยืนยันว่าเฟซบุ๊ก ดังกล่าวเป็นของ ปลอม ซึ่งที่ผ่านมามีเฟซบุ๊กปลอมในลักษณะดังกล่าวจำนวนมากแต่ปรากฏว่าสื่อมวลชนไปให้ความสำคัญเนื่องจากเห็นว่ามีผู้ติดตามมากถึง 40,000 คนทำให้ตนได้รับผลกระทบ

