‘ปิยบุตร’ อัด กกต.แทนที่จะชี้แจงเอกสารหลุด กลับหาคนปล่อย สะท้อนชัดเอกสารจริง อัดอีก ใช้ ม.66 กม.พรรคการเมืองตั้งธงยุบ พอไม่ได้งัด ม.72 เล่นงานต่อ
เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่รัฐสภา เกียกกาย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า จากกรณีเอกสารแถลงข่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เตรียมหาสาเหตุที่เอกสารการสอบสวนคดียุบพรรคในชั้นคณะอนุกรรมการของ กกต.หลุดออกมาพร้อมกับจะดำเนินการตามกฎหมายนั้น ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของจริง เพราะถ้าเอกสารดังกล่าวไม่ใช่ของจริง กกต.คงปฏิเสธไปนานแล้ว ซึ่งเรื่องนี้แทนที่ กกต.จะชี้แจงให้สิ้นข้อสงสัย แต่ กกต.กลับปกป้องตัวเอง และใช้กฎหมายมาข่มขู่ ดังนั้น ตนคิดว่า กกต.ควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุในเรื่องการทำงานของ กกต.เองมากกว่า พรรคอนาคตใหม่ในฐานะผู้ถูกร้องให้ยุบพรรคกรณีการกู้เงิน ถามว่าเราไม่มีสิทธิรู้เลยใช่หรือไม่ในคณะอนุกรรมการยกร้องไปแล้ว หลักกระบวนการพิจารณาที่ถูกต้องควรให้คู่ความโต้แย้งได้อย่างเต็มที่ การทำงานขององค์กรอิสระควรเดินตามนี้ กกต.เป็นองค์กรอิสระต้องประกันสิทธิให้คู่กรณี กกต.ไม่ใช่นักร้องทั่วไป แต่เป็นองค์กรอิสระ จึงควรมีหลักประสิทธิของคู่ความด้วย
นายปิยบุตรกล่าวว่า ทั้งนี้ ส่วนตัวมีข้อสังเกตด้วย 2 ประการ ประกอบด้วย 1.กกต.อธิบายชัดเจนว่าเรื่องนี้แยกออกเป็น 2 ช่องทางคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 66 ว่าด้วยการที่บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินสิบล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปีมิได้ และมาตรา 72 ว่าด้วยการห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ทว่า กกต.ได้เคยเรียกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และเหรัญญิกของพรรคไปเป็นพยานเพื่อให้ข้อมูลตามมาตรา 66 แต่กลับใช้คำให้การเรื่องนี้มายุบพรรคโดยอ้างมาตรา 72 ทั้งที่ไม่เคยเรียกให้ไปชี้แจงกรณีตามมาตรา72 แต่อย่างใด และ 2.กรณีนี้มีการยกคำร้องถึง 2 ครั้งแล้ว พฤติกรรมแบบนี้เรามีสิทธิตั้งคำถามหรือไม่ว่า เมื่อ กกต.ต้องการดำเนินการให้เป็นไปตามธงที่ตั้งไว้ตามมาตรา 66 แต่พอไม่ตรงธง จึงมาดำเนินการตามมาตรา 72 เช่นนี้ ถือว่าเป็นการตั้งธงไว้หรือไม่
“ในคดีถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย เราได้ต่อสู้ว่ากระบวนการพิจารณาของ กกต.ไม่ชอบ แต่ศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว ดังนั้น ครั้งนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าเมื่อคณะอนุกรรมการถึง 2 คณะยกคำร้องแล้ว ต้องติดตามดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับรองกระบวนการพิจารณาของ กกต.หรือไม่ เมื่อเทียบกับคดีถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย” นายปิยบุตรกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาเปิดเผยว่ามีพรรคการเมืองกู้เงินแบบเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เคยให้ความเห็นต่อสาธารณะแล้วว่าพรรคการเมืองมีการกู้เงินกันหลายพรรค แต่เวลานั้นมีการโต้เถียงกันว่าเวลานั้นเป็นกฎหมายพรรคการเมืองเก่า อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยืนยันว่าปัจจุบันมีหลายพรรคการเมืองกู้เงินภายใต้กฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในงบการเงินที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ และที่สำคัญการกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่มีสัญญากู้เงินและดอกเบี้ยและการชำระเงินบางส่วน การกู้เงินของพรรคการเมืองกระทำได้ โดยไม่มีกฎหมายห้าม แต่ตนไม่อยากแสดงความคิดเห็นว่า เมื่อพรรคอนาคตใหม่โดนแล้ว พรรคอื่นต้องโดนไปด้วยหรือไม่ ตนไม่ขอก้าวล่วง อย่างไรก็ตาม ในเมื่อการดำเนินการกับพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกต้องก็ขอให้ยุติเรื่องนี้เสีย วันข้างหน้าถ้าไม่อยากให้พรรคการเมืองกู้เงินกันก็ต้องเขียนกฎหมายให้ชัดเจน” นายปิยบุตรกล่าว

