ครม.รับทราบ สถานการณ์สิ่งแวดล้อมปี 62 พบขยะอิเล็กทรอนิกส์เฉียด 7 แสนตัน!

ครม.รับทราบรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมปี 62 พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ 6.8 แสนตัน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติรับทราบรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมพ.ศ. 2562 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอโดยทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ด้านพื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้น มีการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ป่า 36 ชนิด เพื่อเพิ่มประชากรสัตว์ป่าและช่วยรักษาระบบนิเวศ ด้านสิ่งแวดล้อมชุมชน พื้นที่สีเขียวต่อคนในกรุงเทพฯเพิ่มขึ้นด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปริมาณขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเล มีแนวโน้มลดลงจาก พ.ศ. 2559 แต่ยังคงพบขยะพลาสติกในขยะทะเล และสถานการณ์มลพิษคุณภาพอากาศเกินมาตรฐานในพื้นที่เมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่นและเขตอุตสาหกรรมปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้น และปริมาณของเสียอันตรายจากชุมชนเพิ่มขึ้น

นางนฤมล กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่สำคัญพ.ศ. 2562 จำนวน 4 ประเด็น ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของประเทศไทย ใน พ.ศ. 2561มีค่าเฉลี่ยรายปีทั้งประเทศเพิ่มขึ้นจาก พ.ศ. 2560 แต่ยังคงต่ำกว่าค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก แต่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีค่าเกินมาตรฐานโดยเฉพาะบริเวณเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง โดยแบ่งเป็นระยะเร่งด่วนระยะกลาง และระยะยาว จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนขยะพลาสติก ปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น ใน พ.ศ. 2561 มีจำนวน 27.93ล้านตัน พบพลาสติกในขยะชุมชนประมาณ 2.0 ล้านตัน สามารถนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลประมาณ 0.5 ล้านตัน (ส่วนใหญ่เป็นขวดพลาสติก) ส่วนที่เหลือจะเป็นขยะพลาสติกประมาณ 1.5ล้านตัน ซึ่งมีเป้าหมายการลด และเลิกใช้พลาสติกเป้าหมายด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า สำหรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ปริมาณของเสียอันตรายจากชุมชนที่เกิดขึ้น ใน พ.ศ. 2561 มีประมาณ 638,000 ตันเพิ่มขึ้นจาก พ.ศ.2560 ร้อยละ 3.2 โดยส่วนประกอบของของเสียอันตรายร้อยละ 65 เป็นซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และร้อยละ 35 เป็นของเสียอันตรายจากชุมชนประเภทอื่นๆ เช่น แบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย ภาชนะบรรจุสารเคมีและกระป๋องสเปรย์ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการออกกฎหมายแล้ว ขณะที่การกัดเซาะชายฝั่งประเทศไทยมีความยาวชายฝั่ง ใน พ.ศ. 2560 ประมาณ 3,151.13 กิโลเมตรมีพื้นที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประมาณ 704.44 กิโลเมตรซึ่งแบ่งออกเป็นพื้นที่กัดเซาะชายฝั่งที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว 558.71 กิโลเมตรและพื้นที่กัดเซาะที่ยังไม่ดำเนินการแก้ไข 145.73 กิโลเมตร

บทความก่อนหน้านี้ชป.เดินหน้าช่วยเหลือภัยแล้งต่อเนื่อง วอนปีนี้น้ำน้อยทุกฝ่ายต้องช่วยกันประหยัดถึงที่สุด
บทความถัดไปภัยสังคม! ทำทีขอลองขับกระบะ เชิดหนีหน้าตาเฉย (คลิป)