ผู้อ่านมติชน 74% ชี้ กิจกรรม “วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง” ไม่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง

ผู้อ่านมติชน 74% ชี้ กิจกรรม “วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง” ไม่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง

กรณี ที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การจัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” และ “วิ่งเชียร์ลุง” เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ความขัดแย้งเกิดขึ้นในสังคมรอบใหม่ ระหว่างกลุ่มคน2กลุ่ม คือกลุ่มที่ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม กับ กลุ่มที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ของบ้านเมืองย้อนหลังกลับไปสู่เหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่มีความขัดแย้งทางสังคมอย่างรุนแรง ซึ่งในขณะนั้นเป็นความขัดแย้ง ระหว่างระบอบทักษิณ กับสังคมไทย แต่วันนี้ได้เปลี่ยนคู่ขัดแย้งใหม่ เป็นระหว่างระบอบประยุทธ์กับสังคมคนรุ่นใหม่

มติชนออนไลน์ ได้เชิญแสดงความคิดเห็น ท่านคิดว่า กิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” และ เดินเชียร์ลุง” เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งหรือไม่

1.เป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้ง
2.ไม่เป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้ง

ผลการร่วมโหวตและสดงความคิดเห็นพบว่า มีจำนวนผู้อ่านที่ร่วมโหวต 1.7 พันโหวต ในจำนวนนี้ ระบุว่า เป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้ง 26% และระบุว่า ไม่เป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้ง 74%

สำหรับความคิดเห็นที่น่าสนใจมีตัวอย่างต่อไปนี้

ความขัดแย้งมันไม่เคยหายไปไหนนับตั้งแต่ปี 49 รัฐประหารพฤษภา 57 ก็แค่กดทับความขัดแย้งไว้ ตราบใดที่ยังไม่มีความยุติธรรม กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย พวกมึงผิดตลอดพวกกูไม่เคยผิด ตราบนั้นก็จะยังมีความขัดแย้งต่อไป

นี่คือ หลักประชาธิปไตยครับ ย่อมหล่อเลี้ยงไปด้วยความขัดแย้ง แต่ขอให้ยึดหลัก “ผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน” คิดต่างได้แต่ไม่สร้างความแตกแยกในสังคม เพราะเราต่างเป็นคนไทยด้วยกัน ใครจะจบการศึกษาสูงขนาดไหน จบจากในหรือต่างประเทศก็ตาม ถ้าไม่สามารถนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อประเทศชาติแล้ว น่าเสียดายครับ ย่อมอดสูต่อบรรพชนไทย ที่เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิต เข้าแลกไว้ แผ่นดินนี้จึงมี รอยยิ้มวันนี้จึงเกิด

เมื่อมี2มาตรฐานก็ต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้น

ถ้าเป็นจุดเริ่มของความขัดแย้ง…แล้วจะมาปลุกอีกทำไม ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไปสิคะ เดินหน้าพัฒนาประเทศไม่ดีกว่าหรือ

ส่วนตัวเราคิดนะว่าการขัดแย้งเนี่ยมันเกิดได้กับทุกกิจกรรมทางการเมืองนั่นแหละ รวมถึงกิจกรรมนี้ด้วยเช่นกันถึงแม้ว่าบางทีทางด้านคนฝั่งฝ่ายค้านจะไม่ได้อยากมีเรื่องแต่บางทีคนฝ่ายรัฐบาลเองก็อยากมีเรื่องมันอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้จริงๆ เอาจริงๆเลี่ยงได้อยากให้เลี่ยงนะ มันเสี่ยงที่จะเกิดอะไรร้ายๆในอนาคตได้มากมายเลย

จริงๆพวกที่ออกไปทั้งสองฝ่ายคงไม่ยากขัดเเย้งกันหรอกครับ..ผมเเค่กลัวเเค่ผู้นำเเต่ละฝ่ายเท่านั้นนะครับ..ดูจากคำพูดเเต่ละฝ่ายมันมีเเต่จะนำไปสู่ความขัดเเย้งนะครับ….

ไม่ใช่จุดเริ่มต้นความขัดแย้งน่ะ แต่..คิดแย้งกับฝ่ายรัฐมานานแล้ว และนี่เป็นการแสดงให้เห็นเป็นรูปการกระทำจริงๆเท่านั้น ความขัดแย้งจำเป็นต้องเกิดขึ้น เพราะมันมีความอยุติธรรม และสองมาตรฐานเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในบ้านเมือง

บทความก่อนหน้านี้สลด! สิบล้อถอยทับหญิงวัย 84 ขณะยืนสอยมะขามเทศ ดับอนาถ
บทความถัดไปคนนี้หวง! ‘ลิเวอร์พูล’ ปฏิเสธข้อเสนอ ‘โรม่า’ ขอยืมตัว ‘ชากิรี่’ ยืนกลางแทนดาวรุ่งที่เจ็บยาว