“นายกฯ”ฝากครูสอนเด็ก ประชาธิปไตยต้องไม่ทำคนอื่นเดือดร้อน-ทำลายโอกาสคนอื่น

“นายกฯ” ฝากครูสอนเด็ก ประชาธิปไตยต้องไม่ทำคนอื่นเดือดร้อน ปลุกจิตวิญญาณ อย่ามองแค่เป็นอาชีพ ดักคอพวกดูงาน ต้องได้งาน อย่าไปเที่ยว แนะใช้สมองให้ครบทุกส่วน อย่าปล่อยให้ฝ่อ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 16 มกราคมที่ห้องประชุมคุรุสภา เนื่องในโอกาสวันครู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นประธานในพิธีงานวันครู ครั้งที่ 64 พ.ศ.2563 กล่าวตอนหนึ่งว่า ต้องสอนให้เด็กเข้าใจด้วยว่า หากเราต้องการอย่างไรต้องขยันมากขึ้น จะมีรายได้มากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ โอกาส โอกาสของการทำโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ทุกคนเข้าถึงทุกอย่าง พื้นฐานการศึกษา พื้นฐานการประกอบอาชีพ ทุกคนมีโอกาสทั้งหมด ไม่มีใครมาใช้โอกาสเหล่านี้ของท่านด้วยกฎหมายที่มันก้าวล่วงซึ่งกันและกัน การทำอะไรก็ตามจะต้องไม่เกิดผลกระทบกับคนอื่น นั่นคือ กฎหมายที่สำคัญรองลงมาจากรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญใช้เพื่ออะไร ทำเพื่ออะไร ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญก็ทะเลาะขัดแย้งกัน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมากันอยู่อย่างนี้ ตนไม่ได้ขัดแย้งถ้าจะเปลี่ยนหรือจะแก้ ก็ไปว่ากัน แต่ถามว่าเราได้ทำตามกฎหมายที่รองลงมาแล้วหรือยัง นั่นคือ ประเด็นสำคัญ การทำอะไรก็ตามในระบอบประชาธิปไตยจะต้องไม่เดือดร้อนผู้อื่น เพราะมันทำลายโอกาสของคนอื่น เป็นสิ่งที่อยากจะเน้นย้ำให้ครูได้ถ่ายทอดด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหากระทบกระทั่งซึ่งกันและกัน

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คำว่าครูบาอาจารย์เป็นมากกว่าอาชีพ ต้องเป็นทั้งจิตและวิญญาณ ทุกคนไม่ได้ถูกบังคับมาให้เป็นครู เหมือนตนที่ไม่ได้ถูกบังคับให้เป็นทหาร แต่ตนอยากเป็น จึงอยากสมัครเรียน ครูก็เช่นเดียวกัน เราต้องมองเป้าหมายว่าจะทำงานกันอย่างไร ต้องแยกเรื่องส่วนตัวกับงาน ถ้านั่งคิดถึงแต่ปัญหา ครูก็ไม่มีกำลังใจในการสอน เข้าใจว่าทุกคนมีปัญหาหมด แต่ต้องแยกกัน การที่จะทำให้ทุกคนมีทั้งวิชาการและทัศนคติที่ดีไม่ใช่เรื่องง่าย ทัศนคติที่ดี ไม่ใช่ต้องรักตน รักรัฐบาล แต่เป็นทัศนคติต่อชาติบ้านเมืองของท่าน นั้นคือความรักที่ตนมีเสมอมาให้กับประเทศชาติจนวันตายของตน โดยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์คือ แกนหลักของประเทศอของเรามายาวนานและตลอดไป ตนเชื่อมั่นว่าเราจะร่วมมือรักษาสิ่งเหล่านี้ เราต้องเริ่มสอนคนให้เป็นคนดี คนเก่ง โดยเราต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งการวางตัว ประพฤติตัว การใช้จ่ายที่ไม่ต้องสวยหรู วันนี้หลายอย่างเป็นโลกเทคโนโลยี การแข่งขัน ไม่ว่าจะประเทศ ธุรกิจ หรือตัวเอง โลกมีการใช้จ่ายมากขึ้น อยู่ที่เราจะยับยั้งชั่งใจไว้ตรงไหน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับครูในทุกด้าน และพยายามจะส่งเสริมการศึกษาและความรู้ของครูให้เปิดกว้าง ก้าวทันโลก นอกจากนี้ ก็จะมีการให้ทุนเรียนในสาขาที่สอนอยู่ ส่งไปอบรมในเรื่องที่สนใจเพื่อพัฒนาให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ ซึ่งเมื่อให้ไปเรียนแล้ว ไม่ใช่ไปเที่ยว ก็ให้ได้อะไรกลับมาด้วย เหมือนกับการไปดูงาน ไม่ใช่งานไปดูแป๊บเดียวแล้วไปเที่ยว หลายหน่วยงานก็ถูกตำหนิอยู่อย่างของที่ทำเนียบรัฐบาล ถ้าใครไปดูงานกับมาก็สรุปให้ตนดู ว่าได้อะไรมาบ้าง และที่ไปดูมามีอะไรที่เทียบเคียงกับประเทศไทยที่จะทำให้ขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้าได้ ฝากทุกหน่วยงานไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นไม่เกิดประโยชน์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อตนพูดก็หาว่าตนพูดมาก แต่เมื่อไหร่ที่มีโอกาสตนจะพูดเพื่อให้ทุกคนกลับมาย้อนดูตัวเอง ไม่ใช่ว่าตนเป็นคนเก่ง หรือดีเลิศประเสริฐศรี แต่ต้องการให้ทุกคนส่องกระจกดูตัวเองว่าทำได้หรือไม่ แล้วผลผลิตที่เราสอนไปแต่ละรุ่น มันได้จริงหรือไม่ ลูกศิษย์กี่คนที่ประสบความสำเร็จ และที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีอีกเยอะ บางคนก็ไม่มีงานทำ เพราะจบมาไม่ตรงกับวุฒิที่เขาต้องการ จึงต้องพิจารณาเป็นพิเศษว่าเราจะมีสาขาการเรียน การสอนอย่างไรในชั้นอุดมศึกษา เรากำลังหารือกันอยู่ ซึ่งก็เป็นธุรกิจการศึกษาไปบางส่วนแล้ว นี่คือความยากง่ายในการแก้ปัญหา

“ทุกอย่างเปิดกว้างหมดแล้วอยู่ที่เราจะใช้สติปัญญาในการแสวงหาความรู้เหล่านั้นอย่างชาญฉลาดได้อย่างไร มันมีอยู่ทั่วไป สามารถเก็บเกี่ยวได้หมด ผมก็ได้จากอ่านหนังสือ เปิดเว็บไซต์ต่างๆ แล้วก็ไปประมวลของผม ผมดูที่หลักการแล้วผมก็พูดของผมไปเรื่อย ทุกอย่างมันอยู่ในหัวผม สมองมีอยู่ 84,000 เซลล์ ไม่มีคอมพิวเตอร์ไหนเก่งเท่าสมองเรา ไม่ใช่สมองผมคนเดียว สมองท่านด้วย อย่าให้มันใช้งานไม่ครบ บางคนใช้ข้างเดียว หรือใช้แค่ข้างหน้า ข้างหลัง หรือข้างๆ มันมีคนละหน้าที่อยู่แล้ว ใช้ให้ครบ ไม่งั้นสมองก็จะฝ่อหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon