09.00 INDEX อาการ ประชาธิปัตย์ ป่วน จากกรณี กรณ์ จาติกวณิช

สภาพการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ภายหลังการยื่นใบลาออกของ นายกรณ์ จาติกวณิช น่าศึกษาเป็นอย่างสูงในทางการเมือง

ไม่ว่าจะมองในเชิง “ปัจเจก” ไม่ว่าจะมองในเชิง “พรรค”

สัมผัสได้จากความรู้สึกของ นายชวน หลีกภัย สัมผัสได้จากความ รู้สึกของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

สะท้อนเยื่อใยและความผูกพันต่อ นายกรณ์ จาติกวณิช

คำอธิบายที่ดำเนินไปในลักษณะอันเป็นตัวแทนได้เป็นอย่างดี 1 มาจากความเห็นของ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และอีก 1 มาจาก นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

เป็นความรู้สึกหงุดหงิดต่อลักษณะ “อ-ปกติ” อันดำรงอยู่ภายใน พรรค เป็นความรู้สึกต่อการตัดสินใจของ นายกรณ์ จาติกวณิช

วิกฤตครั้งนี้เด่นชัดว่าเป็นวิกฤตของ “ประชาธิปัตย์”

การเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เป็นเหมือนหินลองทองอันแหลมคมในการพิสูจน์ความแข็งแกร่งและการดำรงอยู่ในสถานะแห่งความเป็นสถาบันของพรรคประชาธิปัตย์

เพราะมีบางส่วนแยกตัวไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เพราะมีบางส่วนแยกตัวไปจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย

และภายในเองก็มี “ตะกอน” นอนก้นความขัดแย้งดำรงอยู่

บางส่วนก็มีเยื่อใยกับด้านที่ไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ บางส่วนก็มีความผูกพันอย่างแนบแน่นลึกซึ้งกับพรรครวมพลังประชาชาติ

เมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏออกมาก็เด่นชัด

เด่นชัดว่าแม้พรรครวมพลังประชาชาติมิอาจทำอะไรพรรคประชาธิปัตย์ได้ แต่ชัยชนะของพรรคพลังประชารัฐก็ชี้แนวโน้มอันสะท้อนความเป็นพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างสูง

นั่นก็คือฐานคะแนนถูกพรรคพลังประชารัฐบ่อนเซาะทำลาย

การตัดสินใจของ นายกรณ์ จาติกวณิช และ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้เสนอทางเลือกอย่างแหลมคมยิ่ง

1 จะเลือกอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์

1 จะเลือกไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย หรือว่า 1 แยกตัวออกไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่

3 ทางเลือกนี้จะชี้ “อนาคต” ของพรรคประชาธิปัตย์

ในที่สุดแล้วพรรคประชาธิปัตย์ก็จะตกอยู่ในสภาพเลือดไหลไม่หยุด นายกรณ์ จาติกวณิช มิใช่คนสุดท้ายอย่างแน่นอน

นี่คือสภาพที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังถูก “ดิสรัปต์” รุนแรง

 

บทความก่อนหน้านี้นักวิชาการสิ่งแวดล้อมโพสต์ 6 ปัจจัยเสี่ยงเจอสารก่อมะเร็ง สูดควันดำจากท่อไอเสียรถดีเซล
บทความถัดไปอากาศยังแย่ กทม.-ปริมณฑล PM2.5 มีผลกระทบกับสุขภาพ 10 สถานี เตือนงดกิจกรรมกลางแจ้ง