โฆษกรัฐบาล เผย ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา วอนปชช.อย่าตื่นตระหนก เตรียมชง 12 มาตรการเข้า ครม. 21 ม.ค.นี้
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือการประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 โดยมี นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดย นางนฤมล แถลงผลการประชุม ว่า จากสถิติสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีสถิติดีกว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ลดลง จึงไม่อยากให้ประชาชนเกิดการตื่นตระหนก และขณะนี้ได้มีมาตรการเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่กทม. ปริมณฑล และในต่างจังหวัด 12 มาตรการ เพื่อจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ในวันที่ 21 มกราคมนี้ ที่จังหวัดนราธิวาส
ด้าน อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าแหล่งกำเนิดมลพิษในกทม. 72.5 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากยานพาหนะโดยเฉพาะรถบรรทุก ขณะที่ในต่างจังหวัดมาจากการเผาทางการเกษตร และส่วนอื่นๆ คือภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการแก้ปัญหาเราได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนส่ง สมาคมต่างๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมการขนส่ง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กทม. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการดำเนินมาตรการต่างๆ ในส่วนของรถบรรทุก 10 ล้อ จะขอความร่วมมือไม่ให้เข้าเขตกทม. ชั้นใน ตั้งแต่ช่วงวงแหวนกาญจนาภิเษก ในวันคี่ เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 21.00 น. และให้เข้าได้ในช่วงหลังเวลา 21.00 น. 05.00 น. ส่วนวันคู่สามารถเข้าได้ตามปกติ โดยจะดำเนินมาตรการถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการไม่ได้รับผลกระทบเพราะไม่ได้ห้ามทุกวัน โดยได้มีการคุยกับสมาคมขนส่งเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนั้น กรมขนส่ง และสตช.จะมีการยกระดับการตรวจวัดค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ทั้ง 50 เขต มีเจ้าหน้าที่ 50 ชุด ทั้งนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรม จะตรวจเข้มโรงงานอุตสาหกรรม ค่าที่กำหนดหากพบว่าปล่อยมลพิษเกินค่าที่กำหนด จะสั่งหยุดประกอบการ เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องก่อนกลับมาดำเนินการใหม่ ในส่วนของ กทม. จะมีการควบคุมเรื่องการเผาในที่โล่งแจ้ง และเร่งคืนผิวจราจรของการก่อสร้างรถไฟฟ้า ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์นี้ หากพบว่าพื้นที่ใดอยู่ในช่วงวิกฤตจะสั่งให้หยุดการก่อสร้างในเวลากลางวัน นายประลอง กล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนที่ติดตามเรื่องค่าฝุ่นละออง ที่มีการนำเสนอในโซเชียลต่างๆ ขอให้ดูข้อมูลจากสองหน่วยงานหลัก คือของกรมควบคุมมลพิษ และกทม. หากพบว่ามีค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เกิน 50 ไมโครกรัม ก็จะมีการแจ้งเตือน และหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข ก็จะบอกวิธีการป้องกัน ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอในโซเชียลบางครั้งอาจจะเป็นภาพรวมของดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศ ซึ่งไม่ได้ระบุเป็นค่าพีเอ็ม 2.5 เสมอไป แต่ยังมีค่าอื่นอีก หากจะดูค่าพีเอ็ม 2.5 ต้องนำ 2 ไปหารดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศ ดังนั้นขอให้ดูจากสองหน่วยงานหลัก จะได้ความชัดเจนกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการแก้ไขฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ที่จะนำเสนอให้ครม. พิจารณามีดังนี้ 1.ขยายเขตพื้นที่จำกัดรถบรรทุกเข้ากทม. จากวงแหวนรัชดาภิเษก เป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก 2.ห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ชั้นใน กทม. ในวันคี่ ระหว่างเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 3.ตรวจวัดควันดำรถโดยสาร (ไม่ประจำทาง) ทุกคัน โดยเพิ่มชุดตรวจ 50 ชุดครบทั้ง 50 เขต ในกทม. 4.กรมการขนส่งทางบกปฏิบัติการร่วมกับตำรวจจราจรในการตรวจสอบตรวจจับรถควันดำ สำหรับรถโดยสาร และรถบรรทุกเพื่อออกคำสั่งการห้ามใช้รถ 5.ตรวจสอบโรงงานที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง หากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ให้สั่งปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือสั่งหยุดการประกอบกิจการ 6.กำกับให้กิจกรรมการก่อสร้างรถไฟฟ้า และการก่อสร้างอื่นๆ เป็นไปตามข้อกำหนดไม่ทำให้เกิดฝุ่นและปัญหาการจราจรในบริเวณรอบพื้นที่ก่อสร้าง
7.ไม่ให้มีการเผาในที่โล่งในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำการเผา 8.จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาศัยอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคุมการเผาในที่โล่งในช่วงสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองและเข้มงวดการควบคุมยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง 9.ลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (Premium Disel) ที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกิน 10 ppm ซึ่งเป็นน้ำมันที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองน้อย 10.ขอความร่วมมือลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงานและรถยนต์ของส่วนราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน 11.ให้ภาครัฐภาคเอกชนและสถานศึกษาสนับสนุนการจัดโครงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ดีเซลที่มีอายุเกิน 5 ปี เพื่อช่วยลดฝุ่นละอองและ 12.สร้างความรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง

