เลขาฯศาล ชี้หมายจับ ‘ไวพจน์’ ลงระบบแล้วจับกุมได้เลย จ่อนัดประชุมร่วมทำความเข้าใจ

19.01.20 | 14:51 น.

เตรียมประชุมร่วมตร.ทำความเข้าใจหมายจับลงระบบ ดำเนินการจับกุมได้เลยเผย ตร.ขออนุญาตดำเนินคดีอาญาคดีปืน ผู้พิพากษาคณากร

เมื่อวันที่ 19ม.ค. ที่ห้องประชุมชั้น12 สำนักงานศาลยุติธรรม นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลหมายจับกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) แล้ว กรณีการติดตามจับกุมตัวพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จำเลยในคดีร่วมแกนนำนปช.บุกที่ประชุมผู้นำอาเซียนที่พัทยา ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดพัทยาได้ออกหมายจับแล้ว แต่มีปัญหาพนักงานสอบสวนติดตามตัวไม่ได้จะอ้างว้ายังไม่ได้รับหมายจับได้หรือไม่ ว่าตามขั้นตอน เมื่อศาลออกหมายจับแล้ว เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะติดตามตัวจำเลยมา ขณะที่ตร.จะรับทราบหมาย อย่างไรก็ดี ในการบันทึกข้อมูลหมายจับที่ผ่านมา ตนได้กำชับให้บันทึกข้อมูลปัจจุบันทันที เพื่อให้ถึงหน่วยงานที่รับข้อมูลต่อ โดยจากปัญหาเรื่องนี้ก็เห็นว่าจะต้องมีการหารือเพื่อทำความเข้าใจร่วมกันในการปฏิบัติ เพราะเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องใหม่


นายสราวุธ  ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของสภาผู้แทนฯก็จะได้มีการหารือกันเกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลที่ส.ส.ถูกดำเนินคดีอาญาต่อไปเช่นกัน เพราะอาจต้องมีกรณีที่ส.ส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมีตัวอย่างก่อนหน้านี้ที่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งได้แจ้งให้สภาผู้แทนฯ ทราบ เมื่อมีคดีตัดสิทธิ์ส.ส. เพราะก่อนหน้านี้ในส่วนของป.ป.ช.ก็เคยหารือกับศาลแล้วที่ต้องแจ้งข้อมูลให้ทราบเมื่อมีเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกดำเนินคดีอาญา เพราะตามกฎหมายบางกรณีจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวก็เป็นตัวอย่างที่เกี่ยวข้อวกัยหลายหน่วยงาน จึงต้องมีการประชุมหารือร่วมทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านมา ส่วนเรื่องหมายจับที่ยังโต้แย้งกันว่าแม้มีข้อมูลหมายจับออนไลน์ ยังต้องใช้หมายจับที่เป็นการดาษแสดงเมื่อเข้าจับกุมหรือไม่นั้น ก็จะต้องประชุมหารือ สตช. เพื่อบูรณาการแนวทางปฎิบัติ เพราะส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้อกับข้อกฎหมาย แต่ขอย้ำว่าในส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรมตนได้สั่งการให้ออกหนังสือเวียนให้ลงข้อมูลทันที

“ในเดือน ก.พ.เราจะร่วมประชุมปัญหาทั้งหมดที่ตอนนี้เรายังไม่ได้ประชุมเพราะว่าเราเพิ่งเริ่มทำอาจจะมีการลองผิดลองถูก เมื่อมีข้อขัดข้องอะไรเราจะได้รวบรวมปัญหาข้ออุปสรรค มาพูดคุยกันทีเดียว เราต้องประชุมเเนวทางปฏิบัติเพื่อให้ทั้งทางศาลหรือตำรวจออกหนังสือเวียนสั่งการ ผมก็มีหน้าที่กำชับข้าราชการศาลว่าต้องเอาข้อมูลลงทันทีคุณจะเอาเก็บไว้ไม่ได้ เเละถ้าข้อมูลส่งต่อเเล้วสามารถดำเนินการได้ทันทีไม่ต้องรอ จะมีหมายกระดาษหรือไม่มันจะไม่ใช่สาระสำคัญ” นายสราวุธกล่าว

เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีที่คณะกรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ กต. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นานคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลชั้นต้นในศาบจังหวัดยะลาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงตัวเองปลายปี 2562 นายสราวุธ เลขาธิการศาลยุติธรรม กล่าวว่า นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และสอบวินัยไปแล้ว ก็ได้มีการทำอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการกดดัน ในส่วนคดีอาญาพนักงานสอบสวนสภ.เมืองยะลา ได้ขออนุญาตประธานศาลฎีกาดำเนินคดีตามความผิดพ.ร.บ.อาวุธปืนปละเครื่องกระสุนปืน ซึ่งขณะนี้ครบกำหนดระยะเวลาฝากขังแล้ว แต่พนักงานอัยการยังไม่ได้มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดยะลา ซึ่งการดำเนินคดีอาญากับการสอบสวนทางวินัยจะทำควบคู่กันไป สำหรับตัวนายคณากรปัจจุบันยังปฏิบัติหน้าที่อยู่กองผู้ช่วยในศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดี

Advertisement