“วัฒนา” เผยเข้าใจสาเหตุที่รบ.บริหารบ้านเมืองล้มเหลว พร้อมชื่นชมความอดทนของคนไทย

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.63 นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก เรื่องบ่อบาดาล ว่า กรณีที่โฆษกรัฐบาลแถลงว่ารัฐบาลจะดำเนินคดีกับคนเผยแพร่ข้อมูลเรื่องงบประมาณขุดเจาะบ่อบาดาล 500 บ่อ จำนวน 3,079 ล้าน ยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์ที่หมดปัญญาจะบริหารประเทศเลยเอาเวลามาหาเรื่องประชาชนแทน

ความผิดฐานนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์จะต้องมีเจตนาพิเศษคือ “โดยทุจริต” ซึ่งประมวลกฎหมายอาญาหมายถึง “เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” และต้องทำให้เกิดความเสียหายกับประชาชน แต่การวิจารณ์การใช้งบประมาณดังกล่าว เป็นการกระทำเพื่อปกป้องการใช้งบประมาณแผ่นดินซึ่งนอกจากประชาชนจะไม่เสียหายแล้ว ยังได้ประโยชน์เพราะแม้โฆษกรัฐบาลจะแถลงว่างบประมาณนี้ครอบคลุมโครงการทั้งสิ้น 2041 โครงการหรือเฉลี่ยราคาบ่อละ 1 ล้านบาทเศษ ก็ยังแพงเกินจริง ผมจึงขอขอบคุณผู้ที่เอาข้อมูลนี้มาเผยแพร่ทำให้เกิดการตรวจสอบ

ประชาชนย่อมมีเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณและการใช้อำนาจของรัฐบาลเสมอ เพราะรัฐบาลบริหารประเทศด้วยเงินภาษีของประชาชน หากเปรียบเทียบแล้วรัฐบาลเหมือนกับคนงานที่เจ้าของบ้านจ้างมาทำงานบ้าน หากคนงานทำงานไม่ดีหรือเอาเงินไปซื้อกับข้าวแพงเกินจริง เจ้าของบ้านที่เป็นนายจ้างย่อมจะวิจารณ์หรือสอบถามได้ส่วนคนงานก็มีหน้าที่ชี้แจง หากไม่อยากทำงานก็ลาออกไปไม่ใช่ไปแจ้งความจับเจ้าของบ้าน รัฐบาลก็เช่นกันมีหน้าที่ชี้แจงไม่ใช่แจ้งความจับประชาชน

เห็นการให้สัมภาษณ์ของโฆษกและการแสดงวิสัยทัศน์ของหัวหน้ารัฐบาลเรื่องเซลล์สมอง 84,000 เซลล์ หรือล่าสุดคือ “คนสวยส่วนใหญ่มักไม่มีสมอง” ทำให้ผมเข้าใจถึงสาเหตุของความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ แต่ที่ต้องชื่นชมคือ ความอดทนของคนไทยที่ยอมให้คนที่มีเซลล์สมองน้อยกว่ามด บริหารประเทศสร้างความเสียหายอยู่ได้อย่างน่าชื่นตาบาน ส่วนผมเข้าใจมานานแล้วว่า รัฐบาลที่อุดมไปด้วยพวกด้อยปัญญาแต่บ้าอำนาจแถมปากสุนัขได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศมากมายเพียงใด

วัฒนา เมืองสุข
20 มกราคม 2563

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แมนฯยู สนเปล่า? บิ๊กเปแอสเช ยืนยัน ‘คาวานี่’ ขอขึ้นบัญชีย้ายทีมภายในเดือนนี้
บทความถัดไป‘ปารีณา’ โพสต์บูลลี่ ‘หลานยิ่งลักษณ์’ ชี้ประเด็นคนสวยไม่มีสมองต้องเป็น ‘ปารีณา’