ธนาธร-ปิยบุตร ขอบคุณทุกกำลังใจ พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อ ปชช. เล็งตั้ง ‘กมธ.ศึกษาป้องกันรัฐประหาร’ ที่เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยฯ
เมื่อเวลา 13.00 น. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่ยุบพรรคว่า เราเห็นว่ากรณีนี้ไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่แรก ตนยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีความคิดล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิ่งที่พวกเราคิดและทำนั้น คือการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้มั่นคงและยั่งยืน เพราะระบอบประชาธิปไตยไม่มีที่ยืนให้การรัฐประหาร การรัฐประหารต่างหากที่เป็นการล้มล้างการปกครอง ดังนั้น จึงไม่ใช่ประชาชนและพรรคการเมืองที่คิดล้มล้างการปกครอง แต่เป็นกองทัพที่ก่อการรัฐประหารต่างหากที่ล้มล้างการปกครอง
นายปิยบุตรกล่าวว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์นี้ ส.ส.ของพรรคได้ยื่นญัตติเข้าไป คือขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแนวทางการป้องกันการรัฐประหาร เพราะเราเชื่อว่าประชาธิปไตยจะยั่งยืนไม่ได้ หากยังตกในวงจรของการรัฐประหาร นอกจากนี้ ยังมีวาระในสภาเรื่องการเลื่อนการใช้กฎหมายภาษีที่ดินที่มีความเหลื่อมล้ำออกไป และญัตติเรายังมีญัตติสำคัญคือ ผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 เราเดินหน้าทำงานอย่างสร้างสรรค์และเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยยื่นญัตติในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเราเดินหน้าทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ต่อไป
“แม้วันนี้คำร้องยุบพรรคจะถูกยกออกไป แต่ก็ยังมีกระบวนการร้องยุบพรรคทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่ เราเชื่อว่าการร้องยุบพรรคและนิติสงคราม ไม่ใช่การทำให้ประชาธิปไตยยั่งยืนได้ มีแต่การเปิดพื้นที่ให้เข้ามาตามกระบวนการเท่านั้นถึงจะพาประเทศไปสู่อนาคตแบบใหม่ได้” นายปิยบุตรกล่าว
ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ขอขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ให้ก้าวมาถึงจุดนี้ พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อไป ดังนั้น เราขอสัญญากับประชาชนว่า ขาหนึ่งการทำงานในสภา ตนและ ส.ส.ของพรรคจะมุ่งมั่นทำงานในสภาอย่างมีคุณภาพ ตรวจสอบรัฐบาลอย่างแข็งขัน ในระยะกลาง 2-3 เดือน จะรณรงค์ในร่างกฎหมายหลายฉบับที่เราเสนอต่อสภาไป เช่น การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เป็นต้น เราจะจริงจังและมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชน
“อีกด้านหนึ่งเราจะทำงานต่อเนื่องกับประชาชนนอกสภา แม้ผมจะไม่ได้เข้าสภาแล้ว แต่ผมจะเดินทางไปรับฟังปัญหาของประชาชน และเอาปัญหาของประชาชนมาฝากให้ ส.ส.ไปผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป จะทำให้ประชาชนเข้าใจถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะนำมาซึ่งสังคมแห่งการแลกเปลี่ยน ที่จะพาสังคมไทยออกจากความขัดแย้ง วันนี้ทุกคนเห็นแล้วว่าพวกเราทำงานหนักแค่ไหน วันนี้ขอบคุณประชาชนทุกคนที่มาสนับสนุนเรา การเดินทางนี้เพิ่งเริ่มต้นจากวันที่เราตั้งพรรคถึงวันนี้ยังไม่ถึงสองปี ยังมีหลายเรื่องที่เราอยากผลักดัน สัญญาจะว่าผลักดันนโยบายให้เป็นจริงและเป็นตัวแทนความฝันของประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศไทยไปข้างหน้า ขอขอบคุณทุกกำลังใจ” นายธนาธรกล่าว
นายธนาธรกล่าวว่า กิจกรรมทางสังคมที่เราไปเข้าร่วมอย่างกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เราไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนั้นเพราะมีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่เราเข้าร่วมด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่างไรก็ตาม เรายืนยันว่าการชุมนุมเป็นสิทธิที่รองรับไว้ในรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่าจะมีการฟ้องกลับหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าการร้องเรียนไปมาไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประชาธิปไตย ขอให้ยุติกระบวนการนิติสงครามเพื่อมาทำงานน่าจะดีกว่า ส่วนคดีเงินกู้ของพรรคนั้น เราพร้อมต่อสู้คดีเพราะการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ถูกต้อง ภายหลังคณะอนุกรรมการของ กกต.ได้ยกคำร้องไปแล้วแต่ กกต.ก็ยังดำเนินการต่อไป ซึ่งเราได้ฟ้องร้องเป็นคดีอาญาต่อ กกต.แล้ว ขณะเดียวกัน จะร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดการไต่สวนเพื่อเรียกเอกสารและพยานบุคคลเข้ามาพิจารณา
“การกู้เงินไม่มีกฎหมายห้าม เพราะมีหลายพรรคกู้เงิน เงินกู้ไม่ใช่ประโยชน์ และเงินกู้เราได้ทยอยคืนไปบางส่วนและเป็นเงินใช้เพื่อทำกิจกรรมของพรรคการเมือง จึงมั่นใจว่าเราไม่มีความผิด” นายปิยบุตรกล่าว
เมื่อถามว่าทางพรรคอนาคตใหม่จะมีดำเนินการแก้ไขข้อบังคับพรรคหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ในประเด็นนี้ทางพรรคยังไม่ได้มีการหารือกัน เพราะจากที่ได้รับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า เป็นหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมือง คือเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะต้องดำเนินการแจ้งมายังพรรคอนาคตใหม่ หากเห็นว่าข้อบังคับพรรคมีความคลุมเครือหรือไม่ชัดเจน ดังนั้น ทางพรรคจะรอการพิจารณาของนายทะเบียนพรรคการเมืองก่อน


