ไม่ว่าจะมองจากปฏิบัติการของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมองจากปฏิบัติการของเลขานุการคณะกรรมการประสานงานหรือที่เรียกว่าวิปรัฐบาล
สรุปได้อย่างเป็นเอกภาพว่า ล้วนเป็นปฏิบัติการ”ปืนลั่น”ใส่ขาของตนเอง
เพราะว่าปฏิบัติการของ นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ เด่นชัดว่ามี ส.ส. 2 คนจากพรรคภูมิใจมีการลงคะแนนรับร่างพรบ.งบประมาณขณะที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในที่ประชุม
เพราะว่าปฏิบัติการของเลขานุการวิปรัฐบาลยืนยันว่าภายในพรรคพลังประชารัฐมีการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันรับร่างพรบ.งบประมาณ
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น”คำสารภาพ” ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น”ใบเสร็จ”
จากกรณีของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จากกรณีของ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยแสดงออกอย่างเด่นชัดว่า 1 มีการเสียบบัตรแทนกัน และ 1 เป็นการเสียบบัตรแทนกันต่อร่างพรบ.งบประมาณ
หากถือเอาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3-4 / 2557 เป็นบรรทัดฐาน
การตราพรบ.นี้ย่อมไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกัน หากประมวลปฏิบัติการของทั้งพรรคพลังประชารัฐประสานเข้ากับทั้งพรรคภูมิใจไทย มีความเป็นไปได้ว่ามีการบิดเบือนคะแนนรับร่างพรบ.งบประมาณ
นั่นก็คือ หากหักจำนวนการกดบัตรแทนกันออกไปก็เท่ากับว่าคะแนนรับร่างพรบ.งบประมาณที่ปรากฏผ่านสภาผู้แทนราษฎรต้องต่ำกว่าจำนวนกึ่งหนึ่งอย่างเด่นชัด
เท่ากับร่างพรบ.งบประมาณไม่ผ่านความเห็นชอบในทางเป็นจริง
จากสภาพความเป็นจริงของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2557 เมื่อประกอบส่วนเข้ากับสภาพความเป็นจริงอันดำรงอยู่ในการลงมติวาระ 2 และวาระ 3 ที่เกิดขึ้นกับร่างพรบ.งบประมาณ
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า การตราร่างพรบ.งบประมาณดำเนินไปอย่างไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
นี่จึงไม่เพียงแต่เป็นความเป็นจริงเบื้องหน้า”ศาลรัฐธรรมนูญ”
หากแต่ยังเป็นความเป็นจริงเบื้องหน้าสภาผู้แทนราษฎร และความเป็นจริงเบื้องหน้ารัฐบาล
เรียกร้องการตัดสินใจโดยตรงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

