‘ปิยบุตร’ ปลุก ปชช.ลุกขึ้นท้าทายอำนาจ เหน็บ ‘อาจารย์บางคน’ รู้ถูกผิด แต่ยอมรับใช้เผด็จการ

‘ปิยบุตร’ ปลุก ปชช.ลุกขึ้นท้าทายอำนาจ เปลี่ยนสังคมที่ดีกว่า เหน็บ ‘อาจารย์บางคน’ รู้ถูกผิด แต่ยอมรับใช้เผด็จการ

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 25 มกราคม ที่ The Link อโศก-มักกะสัน ภายในงาน Future Fest 2020 ของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในช่วง Leader Talk ในหัวข้อ “อำนาจและการเชื่อฟัง” นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวกับกลไกการทำงานของอำนาจและการเชื่อฟังอำนาจ อำนาจคือคนๆ หนึ่ง สั่งคนๆ หนึ่งแล้วคนนั้นทำตาม อำนาจจะเกิดขึ้นได้ต้องมีการเชื่อฟัง ปัจจุบันอำนาจต้องตั้งอยู่บนกฎหมาย และกฎหมายที่ถูกตั้งขึ้นก็เริ่มมีการจำกัดเสรีภาพมุษย์ แต่เราเลือกที่ตั้งกฎหมาย เพื่อประกันตัวเราเองว่าการใช้เสรีภาพของคนในสังคมจะไม่เกิดผลกระทบระหว่างกัน

นายปิยบุตรกล่าวว่า กฎหมายจะกลายเป็นความชอบธรรมได้ต้องอาศัยอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง และอำนาจเหล่านั้นจะสร้างความชอบธรรมได้อย่างยั่งยืนคือคนที่อยู่ใต้กฎหมายทุกคนยอมรับและเชื่อฟัง โดยกฎหมายจะมีความชอบธรรมได้ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และต้องมีความยืดหยุ่นที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง และปรับตัวได้ตามช่วงเวลา เช่นเดียวกันระบอบเผด็จการจะเดินหน้าทำงานได้ ก็ต้องมีกลไกรัฐเข้าไปช่วย เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งตัวเองเป็นใหญ่ ประกาศคำสั่ง คสช. ห้ามประชาชนชุมนุม เมื่อมีคนชุมนุม ก็จะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐคนนั้นอาจจะเป็นคนที่เรารู้จัก และเวลาปกติก็เห็นด้วยกับแนวคิดของเรา แต่พอสวมเครื่องแบบ ก็ต้องทำหน้าที่ตามที่รัฐสั่ง

“เราเคยลองสังเกตหรือไม่ว่า อาจารย์บางคนเวลาสอนหนังสือ สอนนักศึกษาว่าประชาธิปไตยต้องเป็นแบบนั้น กฎหมายต้องเป็นแบบนี้ แต่ถึงเวลาพอทหารยึดอำนาจ ก็ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในสังคมเรามีคนจำนวนมากที่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดแต่ยอมเข้าไปรับใช้ระบอบเผด็จการ แน่นอนอาจจะบอกว่าต้องกินต้องใช้ มีลูก มีครอบครัว อยากมีบ้านมีรถ คนเราอยากจะมีอำนาจวาสนา อยากจะมียศฐาบรรดาศักดิ์ แต่เราต้องรณรงค์ทางความคิดว่า อย่าคิดว่าการเรียนจบคณะนิติศาสตร์มาแล้วไปรับใช้เผด็จการแล้วมันเท่ เพราะการเป็นรองนายกรัฐมนตรีจากการยึดอำนาจ ไม่เท่เท่าการเป็นรองนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้ง” นายปิยุบตรกล่าว

นายปิยบุตรกล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันนี้ประเทศไทยเป็นสังคมอำนาจนิยม แต่อำนาจนิยมจะหมดไปได้ต้องเริ่มจากการไม่เชื่อฟังอำนาจ เราลองเริ่มต้นทดลองไม่เชื่อฟัง และท้าทายอำนาจ ออกแบบความคิดที่สร้างสรรค์กว่าที่เป็นอยู่ โดยเริ่มทดลองและตั้งคำถาม ก็จะเป็นเสรีภาพที่ไม่เชื่อฟังอำนาจ ถือเป็นเสรีภาพที่สมบูรณ์ที่สุด แม้ว่าอาจจะเดือดร้อน แต่การไม่เชื่อฟังเช่นนี้ จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง แม้เสี่ยงตาย แต่จะนำไปสู่การปลดปล่อย และเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ขอให้ไปทดลองและทดสอบดู โดยเฉพาะการตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้อำนาจ และคิดท้าทาย หาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ประเทศไปสู่สังคมที่ดีกว่า

บทความก่อนหน้านี้“หัวหิน”ไม่หวั่นไวรัสโคโรน่า นทท.จีนแห่ชิมซีฟู้ดแน่นตลาดโต้รุ่ง ผู้ว่าฯเผยกักตัวผู้ป่วยห้องปลอดเชื้อมาตรฐานสธ.
บทความถัดไป‘ออสซี่’เฉือน ‘อุซเบกิสถาน’ 1-0 ซิวตั๋วสุดท้ายสู่ ‘โตเกียว2020’