วันที่ 28 มิถุนายน นายกมลศิษฐ์ โรจน์ธนวิภัช กำนัน ต.หางดง อ.หางดง ในฐานะนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.เชียงใหม่ เผยกรณีอาสาสมัคร และเครือข่ายเสื้อแดง ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบการรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญ และลงประชามติ วันที่ 7 สิงหาคมนี้ ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นครู ค.ว่า ไม่ห่วง ไม่กังวล ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องดี ที่มีองค์กรภาคประชาชนเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อให้การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและลงประชามติเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส ไม่ทุจริต และไม่มีการชี้นำจากฝ่ายใด ดังนั้นอยากให้ นปช.หรือคนเสื้อแดง ลงพื้นที่ตรวจสอบ 25 อำเภอ 204 ตำบล 2,066 หมู่บ้าน ว่ามีการเผยแพร่รางรัฐธรรมนูญ และประชามติ มีทุจริตหรือไม่ เพื่อความสบายใจทุกฝ่าย
“มองว่าการตรวจสอบ ถือว่าเป็นการถ่วงดุลการทำหน้าที่ตามระเบียบกฎหมายไม่ใช่การจับผิดทุจริต หรือชี้นำผู้มีสิทธิออกเสียง เพราะไม่มีใครสามารถครอบงำ หรือชี้นำประชาชนได้ เพราะประชาชนมีวิจารณญาณ รับรู้ข้อมูลข่าวสารทุกวัน เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจแล้ว ว่าจะให้ร่างรัฐธรรมนูญ และประชามติ พร้อมคำถามพ่วง ผ่านหรือไม่ ดังนั้น ไม่กลัวการตรวจสอบไม่ว่าเป็นองค์กรใด เพราะกำนันผู้ใหญ่บ้านต้องวางตัวเป็นกลาง ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายไม่สามารถลำเอียงได้ จึงมั่นใจการทำหน้าที่ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ว่าตรงไปตรงมา มีความเป็นธรรม จึงไม่วิตกกังวลเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและลงประชามติ มีเป้าหมายให้ผู้มีสิทธิออกเสียง ไปใช้สิทธิมากที่สุด ซึ่งเชียงใหม่ตั้งเป้าผู้ออกเสียงประชามติ 85%” นายกมลศิษฐ์กล่าว
ด้านนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ ในฐานะนายกสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้ประชาชนอ่านและศึกษาร่างรัฐธรรมนูญทุกมาตราให้เข้าใจ เพราะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ โดยใช้ดุลพินิจว่าจะรับร่างหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญมีผลต่อการพัฒนาประเทศ และคุณภาพชีวิตประชาชนทุกระดับ อยากให้ไปใช้สิทธิออกเสียงมากที่สุด โดยไม่มีการชี้นำ หรือถูกครอบงำจากฝ่ายไหน ส่วนข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่น ที่เป็น ครู ค. ก็ต้องทำหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่ละเมิด หรือกระทำผิดกฎหมายประชามติ และพร้อมรับการตรวจสอบทุกด้าน เชื่อว่าการทำประชามติคงจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่น่ามีปัญหาอะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการประเมินและคาดการณ์ของผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน ระบุว่าการรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญ และลงประชามติ ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ไม่น่าจะผ่าน เนื่องจากเป็นพื้นที่สีแดงและกลุ่มรักประชาธิปไตยจำนวนมาก ส่วนภาคเหนือตอนล่าง มีแนวโน้มผ่านเกือบทั้งหมด โดยยึดฐานคะแนนเลือกตั้งใหญ่ เมื่อปี 2556 และฐานมวลชนเครือข่ายของกลุ่มสนับสนุนและคัดค้านเป็นหลัก

