วันที่ 28 มิถุนายน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 4 ชั้น 2 ศาลจังหวัดอุดรธานี มีนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ครั้งที่ 2 คดีนายเจริญ หมู่ขจรพันธุ์ อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มเสื้อเหลืองกับพวก 7 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายขวัญชัย สารคำ หรือ ไพรพนา อดีตประธานชมรมคนรักอุดร กลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวหา “ร่วมกันพยายามฆ่า , ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันทำร้ายร่างกายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันทำลายทรัพย์สิน” เหตุเกิดที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2551
โดยก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาให้จำคุกนายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ปรับเพื่อเยียวยาเป็นเงิน 350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ด้วยหลักทรัพย์ 500,000 บาท โดยนางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยานายขวัญชัย ได้ใช้หลักทรัพย์โฉนดที่ดิน มีสิ่งปลูกสร้าง ประกันตัวนายขวัญชัย ทว่าเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายขวัญชัย ไม่ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลฯจึงนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้งในวันนี้ อย่างไรก็ตาม นายขวัญชัย ก็ยังไม่มาฟังคำพิพากษา มีเพียงนางอาภรณ์ ภรรยา นายกรวีย์ บุตรชาย พร้อมนายปิ่น ทักษิณ ทนายความและแนวร่วมคนรักอุดรราว 10 คน ขณะที่นายเจริญ ได้เดินทางมาร่วมรับฟังด้วย โดยศาลอ่านคำพิพากษาฎีกา สั่งลงโทษจำคุกนายขวัญชัยเหลือ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และปรับ 350,000 บาท
นายปิ่น เปิดเผยว่า เป็นการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยได้พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ และสั่งปรับนายประกันที่ทำสัญญาไว้ 500,000 บาท ส่วนเหตุที่ศาลฎีกาลดโทษนั้น เพราะเห็นว่าจำเลยมีความผิดจริง แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิจารณาโทษสูงเกิน ส่วนคดีการหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา จะมีการเข้ามาแก้ไขสถานการณ์อีกครั้ง เพราะครั้งนี้ศาลฎีกาพิพากษาให้ได้รับโทษไม่มากนัก ซึ่งหากนายประกันติดตามตัวจำเลยมาได้ อาจมีการพิจารณาเรื่องของการปรับนายประกันอีกครั้ง
ด้านนางอาภรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับความเมตตาจากศาล ที่ศาลลดโทษให้ ซึ่งจะพยายามติดต่อกับทางคุณขวัญชัย โดยที่ผ่านมายังไม่ได้คุยกับตัวคุณขวัญชัย แต่ทราบว่าไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย
“เรื่องที่แกไม่มาฟังคำพิพากษา คิดว่าตัวแกเองคงพิจารณาเองแล้วว่า หากประเทศไทยมีประชาธิปไตยเมื่อไหร่ คิดว่าน่าจะกลับมารับโทษ เพราะช่วงนี้ยังถือว่ายังไม่มีประชาธิปไตย ตัวฉันแกก็ยังคิดว่ายังไม่มีความยุติธรรม ที่ตัวแกไปก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เพราะขนาดตัวแกเองอยู่ที่บ้าน ยังไม่ปลอดภัย” นางอาภรณ์ กล่าว
ขณะที่ คดีที่ถูกลอบยิงและศาลชั้นต้นยกฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดจะดำเนินการอย่างไรต่อ นางอาภรณ์ ได้ให้ทางนายปิ่นตอบว่า เรื่องนี้ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อตามระยะเวลาที่กำหนด ที่จะขอยื่นอุทธรณ์และฎีกาคดีให้ถึงที่สุด ในฐานะเป็นโจทก์ร่วมที่เป็นผู้เสียหาย เพราะจุดนี้เองที่ทำให้ตัวของนายขวัญชัย มีความรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย

