รายงานหน้า2 : ธุรกิจท่องเที่ยวโอด พิษ‘ไวรัสโคโรนา’ แนะรัฐเร่งจัดการ

28.01.20 | 12:00 น.

หมายเหตุความเห็นจากผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ถึงความตื่นตระหนกของประชาชนในประเทศต่างๆ กรณีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ส่งผลกระทบธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของไทย

 

สุรวัช อัครวรมาศ
อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า)

รัฐบาลต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศว่าไทยไม่ใช่พื้นที่โรคระบาด ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องสร้างความเข้าใจว่า โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนา ที่แพร่ระบาดจากประเทศจีน ซึ่งการแพร่กระจายของเชื้อไม่ได้ติดต่อง่ายขนาดนั้น
ยกตัวอย่าง เช่น ที่เกาะเสม็ด ที่มีทัวร์จีนเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วเพิ่งรู้ว่าหนึ่งในคณะทัวร์ มีเชื้อไวรัสโคโรนา จึงทำการกักตัวและตรวจสอบผู้ที่ร่วมทัวร์ทุกคน ปรากฏว่าไม่พบเชื้อแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าโรคนี้ไม่ได้ติดต่อง่ายดายขนาดนั้น จึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะเริ่มส่งผลถึงภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัจจุบันประชาชนเริ่มมีความระมัดระวังในการออกไปจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น จนทำให้การค้าขายในหลายแห่งเริ่มซบเซาแล้ว
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่เพียงแต่กระทบกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป ยังส่งผลให้นักท่องเที่ยวในหลายประเทศมีความกังวล และลังเลจะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น เพราะจากข่าวสารที่มีการประกาศออกมาถึงจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำให้เกิดการหวั่นวิตกมากขึ้นไปอีก
จึงอยากเสนอให้มีการประกาศแนวทางการรักษาและป้องกันที่ประเทศไทยสามารถควบคุมได้จริงๆ ซึ่งในตอนนี้ จากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 8 คน สามารถกลับบ้านได้แล้ว 5 คน เหลือที่ต้องอยู่รักษาและดูอาการเพียง 3 คนเท่านั้น ซึ่งทางการไทยต้องเร่งสื่อสารสร้างความมั่นใจ และเน้นย้ำว่าไทยสามารถจัดการได้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ต่อไป
นอกจากนี้ หลังจากเกิดการแพร่กระจายของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนา คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) จะหายไปด้วย เพราะได้รับผลกระทบจากการหยุดขายทัวร์ของทัวร์ในประเทศจีนเช่นกัน ประกอบกับไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางภายในประเทศ หลังจากที่รัฐบาลจีนประกาศปิด 10 เมือง และคนในประเทศจีนเชื่อฟังคำสั่งไม่เดินทางออกนอกประเทศ ที่ทำให้เกิดการสุ่มเสี่ยงต่อการ
กระจายโรคดังกล่าว
อยากเสนอกับภาครัฐให้มีศูนย์คอลเซ็นเตอร์ สำหรับคนจีนที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเอฟไอที ซึ่งในเบื้องต้นได้เสนอเรื่องนี้ต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปแล้ว โดยรัฐมนตรีเสนอให้ใช้คอลเซ็นเตอร์ 1155 ของกรมการท่องเที่ยว มีภาษาจีนให้ใช้บริการอยู่ แต่เรื่องนี้จะมีการพูดคุยระหว่างภาคเอกชนร่วมกันอีกครั้ง อาจมีการทำแยกออกมาเพื่อเป็นตัวเลือกที่หลากหลายให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้น รวมถึงอยากเสนอให้รัฐบาลส่งหน้ากากอนามัยไปช่วยประเทศจีน เพื่อส่งสัญญาณว่าเราพร้อมช่วยเหลือ เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีร่วมกันต่อไป
อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวแล้ว แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ เพราะเจอมาเกือบทุกรูปแบบแล้ว เรียกได้ว่าเจอถี่ยิ่งกว่าปีเว้นปีเลยทีเดียว ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องรู้ว่าทุกธุรกิจต้องมีการแก้ไขเฉพาะหน้า หากมัวมารอมาตรการช่วยเหลือก็อาจจะไม่ทันการณ์ ต้องมีการปรับตัวควบคู่ไปด้วย ส่วนมาตรการของรัฐบาลจะออกมา ช่วยเหลือได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องติดตามดูสถานการณ์กันต่อไป

 

Advertisement

ธนพล ชีวรัตนพร
นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ)

จากการตรวจสอบเฉพาะตลาดคนไทยเที่ยวจีน มีจำนวน 7-8 แสนคนต่อปี หลังจากรัฐบาลจีนประกาศให้บริษัททัวร์ยุติการขายทัวร์ ทำให้ต้องหยุดขายทัวร์ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ โดยวันที่ 28 มกราคม สมาคมจะหารือร่วมกับสมาชิก เกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาผล กระทบจากโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนา
พร้อมเชิญตัวแทนจาก 15 สายการบิน ที่ให้บริการเที่ยวบินจากไทย มาเก๊า และฮ่องกง มาพูดคุยว่าจะสามารถคืนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และทัวร์ ในจำนวนเต็มได้หรือไม่ แต่เบื้องต้นบริษัททัวร์ตั้งธงเพื่อขอเงินค่าตั๋วคืนจากสายการบิน เพื่อคืนลูกค้าเต็มจำนวน สำหรับตลาดคนไทยไปเที่ยวจุดหมายอื่นๆ อาทิ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และยุโรป คนไทยยังมั่นใจเดินทางไปปกติ
ส่วนข้อเรียกร้องที่อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ อาทิ เรื่องสภาพคล่อง หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
ทั้งนี้ สำหรับภาพรวมไทยเที่ยวต่างประเทศคาดว่าในปีนี้ เดิมแนวโน้มก่อนเกิดกรณีนี้ คาดว่าจะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ 14 ล้านคน แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน จึงคาดว่าจะไม่ถึงเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ แต่มั่นใจว่าเกิน 10 ล้านคน อย่างแน่นอน

 

ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ
นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ)

หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนา ส่งผลกระทบต่ออัตราเข้าพักของธุรกิจโรงแรม คาดว่าตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ จากปกติที่โรงแรมควรมีอัตราเข้าพัก 80% ซึ่งขณะนี้ มียอดจองห้องพักล่วงหน้าแล้ว 50% พอเจอไวรัสโคโรนา จึงคาดการณ์ว่าอัตราเข้าพักในเดือนกุมภาพันธ์ จะเหลือเพียง 30% จากปกติแทนที่จะได้หารายได้จากช่วงนี้ ที่เป็นช่วงกอบโกยรายได้ของธุรกิจ แต่ก็ต้องทำใจยอมรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและปรับตัวหาตลาดใหม่ๆ เข้ามาชดเชย
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป รวมถึงเรื่องของงบประมาณปี 2563 ที่ออกมาล่าช้า ทำให้การอบรมและสัมมนาหายไป ซึ่งกระทบกับธุรกิจโรงแรมโดยตรง จึงเห็นควรว่ารัฐบาลต้องเร่งผลักดันให้เกิดการใช้จ่ายงบดังกล่าวโดยเร็ว
ส่วนมาตรการของรัฐบาลจีนที่ห้ามนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศ เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว ถึงแม้จะเจ็บแต่จบเร็ว แต่ขณะนี้ก็กลัวเหมือนกันว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะหมดมู้ดในการเที่ยวไทยไปด้วย ดังนั้น ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันหาตลาด หรือกระตุ้นไทยเที่ยวไทยอีกด้วย

 

ดำรงค์ องอาจ
นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบแน่นอนอยู่แล้ว แต่ไม่อยากให้ตื่นตระหนกตกใจมากนัก อย่างไรก็ตาม ต้องหาทางป้องกันโดยเร็ว แม้เชื้อไวรัสนี้ไม่ได้รุนแรงมาก แต่ควรเฝ้าระวังและป้องกัน ส่วนใหญ่คนที่ติดโรคจะมีร่างกายอ่อนแอ หรือมีโรคประจำตัว ภูมิคุ้มกันต่ำ
แต่ตอนนี้ปัญหาเกิดจากโซเชียลมีเดียที่แพร่กันไปเร็วและแรง ซึ่งบางข่าวก็ไม่จริงจนสร้างความสับสนไปมาก ประกอบกับปัจจุบันมนุษย์ให้ความสนใจเรื่องสุขภาพของตนเองกันมากเลยกังวลไปกันใหญ่
สิ่งสำคัญที่เราต้องช่วยกันทำในขณะนี้คือ สร้างความมั่นใจ ไม่ทอดทิ้งกัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามา เพราะในยามที่เขามาท่องเที่ยวบ้านเรามาก เราก็ดีใจ ตอนนี้เกิดเหตุเราก็ต้องดูแลเต็มที่ รวมทั้งคนในประเทศเราเองด้วย เรียกว่ามีทุกข์ก็ต้องช่วยเหลือกัน เพื่อช่วยกันประคับประคองไม่ให้สถานการณ์ลุกลามไปมากกว่านี้
ส่วนเรื่องการหาตลาดท่องเที่ยวใหม่ นอกจากตลาดจีนนั้น เราทำอยู่แล้ว เพราะปัจจุบันคู่แข่งเรามากขึ้นมีการดึงนักท่องเที่ยวไปจากเราก็เยอะ จึงขอให้หน่วยงานภาครัฐแสดงความมั่นใจในระบบและมาตรการที่ดีในการดูแลป้องกันโรคที่เกิดขึ้น เพื่อดึงความเชื่อมั่นให้กลับมา
ในส่วนของสมาคมก็เตรียมจัดกิจกรรม Air Show ครั้งที่ 1 ที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ เป็นการแสดงอากาศยานขนาดเล็กครั้งแรกในระดับภูมิภาค เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งน่าจะช่วยได้ เพราะเป็นช่วงปลายเดือนที่น่าจะผ่านวิกฤตแล้ว
จากความเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่หารือและรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างฉับไวก็น่าจะสร้างความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง และสถานการณ์น่าจะคลี่คลายลงเร็ววัน แม้ว่าตัวเลขการจองห้องพักอาจลดลงหรือคืนห้องพักในขณะนี้อาจผันแปรไปบ้าง แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นจากการประคับประคองและสร้างกำลังใจให้เกิดขึ้นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ปิ่นนาถ เจริญผล
ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา

ทางการจีนพยายามไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศ และไม่ให้คนเดินทางเข้าไปยังประเทศจีนเพื่อจะเคลียร์พื้นที่ คงใช้เวลา 2-3 เดือน อาจทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหายไปส่วนหนึ่ง หลังจากนั้นสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้น
ช่วงนี้เรายังมีนักท่องเที่ยวในตลาดอื่น ที่นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้ามาประเทศไทย เช่น นักท่องเที่ยวรัสเซีย อินเดีย ซึ่งตลาดอินเดียเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวอินเดีย เดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 24% ช่วงนี้ยังมีนักท่องเที่ยวรัสเซียที่เดินทางมาเมืองพัทยาค่อนข้างมาก แล้วยังมีตลาดอาเซียนอื่นๆ ที่เริ่มเข้ามาเช่นนักท่องเที่ยวพม่า ลาวและเวียดนาม ที่เข้ามาท่องเที่ยวในเมืองพัทยา
ส่วนอีกตลาดหนึ่งคือตลาดไทยเที่ยวไทย ทางเราได้ประชาสัมพันธ์เรื่องคนไทยเที่ยวที่เมืองไทยมาโดยตลอด ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมืองพัทยา มีนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวใน จ.ชลบุรี สัดส่วนคนไทยเที่ยวไทยใกล้เคียงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวประมาณ 18 ล้านคน เป็นคนไทยประมาณ 8 ล้านเศษ ที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกือบ 10 ล้านคน ถ้าเปรียบเทียบสัดส่วนของนักท่องเที่ยวไทยก็จะอยู่ที่ 45 ต่อ 55 ถือว่าเป็นตลาดที่เติบโตดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเราประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวไทยพาครอบครัวมาเที่ยวในช่วงนี้ และอีกไม่นานก็ถึงช่วงซัมเมอร์เราจะได้นักท่องเที่ยวไทยมาเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ส่วนนักท่องเที่ยวจีนอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยประมาณ 1-2 เดือนนี้ หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวจีนอาจจะกลับมาเที่ยวเมืองพัทยาได้ปกติ