บัวแก้วออกแถลงการณ์ยินดีคาซัคสถานได้รับเลือก พร้อมขอบคุณมิตรประเทศที่สนับสนุน ชี้ไม่ได้หวังแค่ต้องชนะ แต่มองเป็นโอกาสสร้างมิตร
กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ออกข่าวสารนิเทศหลังทราบผลการเลือกตั้งชิงเก้าอี้สมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติระหว่างไทยกับคาซัคสถานในโควต้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งไทยพ่ายแพ้ให้กับคาซัคสถานในรอบที่ 2 ด้วยคะแนน 55 ต่อ 138 เสียงระบุ ไทยขอแสดงความยินดีกับคาซัคสถานที่ได้รับเลือกตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในยูเอ็นเอสซี และขอขอบคุณมิตรประเทศที่ให้การสนับสนุนไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผลการเลือกตั้งที่ต้องลงคะแนนเสียงกัน 2 รอบแสดงให้เห็นว่า ทั้งไทยและคาซัคสถานต่างเป็นผู้สมัครที่มีคุณสมบัติที่ได้รับการยอมรับ และต่างก็ได้แข่งขันในการรณรงค์หาเสียงสนับสนุนกันอย่างฉันมิตรมาโดยตลอด
การรณรงค์หาเสียงที่ผ่านมาของไทยมิได้มุ่งประโยชน์เพียงเพื่อให้ชนะเลือกตั้งเพียงประการเดียว แต่การรณรงค์ที่ผ่านมาเป็นโอกาสที่ไทยได้สร้างมิตรและสานต่อความร่วมมือในระยะยาวกับมิตรประเทศต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนา อาทิ การให้แบ่งปันประสบการณ์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านโครงการฝึกอบรม ดูงาน และการให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการในสาขาที่ไทยเชี่ยวชาญ ซึ่งแม้จะมิได้ลงสมัครเลือกตั้งเอสซี ไทยก็ดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่ไทยได้ก้าวพ้นจากสถานะจากการเป็นประเทศผู้รับความช่วยเหลือในอดีตมาเป็นประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาแก่ประเทศที่ต้องการรับความช่วยเหลือทั้งในและนอกภูมิภาค
ประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการเยือนและการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการรณรงค์ที่ผ่านมาล้วนแต่เป็นการยกระดับบทบาทของไทยในฐานะสมาชิกยูเอ็น สร้างเสริมและกระชับความสัมพันธ์กับมิตรประเทศทั้งเก่าและใหม่ จึงนับว่าไทยได้รับประโยชน์มากมายจากการสร้างมิตรผ่านดำเนินการที่ผ่านมา
แม้ไทยได้ทำการรณรงค์ขอรับการสนับสนุนจากมิตรประเทศอย่างเต็มที่โดยตลอด แต่ผลการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ การแลกเสียงการสมัครในองค์กรระหว่างประเทศกับประเทศต่าง ๆ นอกจากนี้หลายประเทศให้โอกาสแก่คาซัคสถานเนื่องจากยังไม่เคยปฏิบัติหน้าที่ในเอสซีมาก่อน
การที่ไทยไม่ได้รับเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสที่ไทยจะปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันในฐานะสมาชิกของยูเอ็น โดยไทยจะให้ความสำคัญและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเอสซีต่อไป และจะยังมุ่งมั่นผลักดันประเด็นระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่ไทยให้ความสำคัญ ทั้งในด้านสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาที่ยั่งยืน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปฏิบัติหน้าที่ประธานกลุ่ม 77 และจีน
ประเทศไทยได้ประกาศที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกไม่ถาวรของเอสซีในครั้งนี้มาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งเป็นการแสดงความพร้อมและตั้งใจแน่วแน่ของไทยในการเข้ามาทำหน้าที่ในองค์กรหลักสำคัญยิ่งของประชาคมระหว่างประเทศแห่งนี้ ทั้งนี้ ไทยเป็นสมาชิกยูเอ็นมากว่า 70 ปี และได้เข้าร่วมปฏิบัติการและภารกิจเพื่อสันติภาพในกรอบสหประชาชาติตั้งแต่ปี 2501 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ไทยเคยได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกไม่ถาวรของเอสซีมาครั้งหนึ่งเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว (ระหว่างปี 2528-2529) และได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน

