หน้าแรก การเมือง นายกฯ รับจีนไ...

นายกฯ รับจีนไม่ให้เครื่องทหารลง เตรียมใช้เครื่องพาณิชย์ ยันคนไทยอู่ฮั่น กินอิ่ม-มีสุข

29.01.20 | 15:42 น.

“บิ๊กตู่” ตรวจเยี่ยมจุดคัดกรอง-ด่านควบคุมโรคสุวรรณภูมิ เผยวันศุกร์เยี่ยมสถาบันบำราศนราดูร “ยอมรับ” จีนไม่อนุญาตให้นำเครื่องทหารลง เตรียมเครื่องพาณิชน์พร้อมทีมแพทย์รับกลับทันทีที่ได้รับอนุญาต ยัน 65 คนไทยในอู่ฮั่นไม่ป่วย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด่านควบคุมโรคท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รอให้การต้อนรับ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวทักทายประชาชนว่า​ เราต้องให้ความเชื่อมั่นกับทางจีนเขา​ เพราะเป็นต้นทาง​ มาตรการต่างๆ ต้องรู้เขารู้เรา​ รัฐบาลจีนได้ทำอะไรไปบ้าง​

พล.อ.ประยุทธ์​ให้สัมภาษณ์ว่า​ วันนี้ถือโอกาสมาเยี่ยมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กับนายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี​และ รมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม​ ชิดชอบ​ รมว.คมนาคม​ พร้อมทีมแพทย์ และยังมีกรมแพทย์ทหารบกเข้ามาช่วยเรื่องคัดกรองคน ซึ่งมีความรอบคอบและมีความเป็นสากล เพราะวันนี้เราควบคุมทุกช่องทางที่มาจากประเทศต้นทาง ได้ย้ำไปว่าทุกประเทศที่มีความเสี่ยงต้องผ่านกล้องตรวจความร้อน​ อุณหภูมิ​ วัดไข้ โดยวันนี้เพิ่มเป็น 3 ด่าน​ หากพบว่าใครมีไข้เจ้าหน้าที่จะรับไปตรวจสอบเบื้องต้น ถ้าตรวจพบสถานการณ์ที่จำเป็นที่จะเป็นโรคร้ายจะนำส่งโรงพยาบาล วันที่เราจะทำอะไรก็ตามจะต้องดูหลักสากล เราจะไปคิดกันเอง​ ทำกันเอง​ บางทีมันก็จะเกิดผล ตนห่วงใยประชาชนคนไทย​ แต่ก็ต้องห่วงใยประชาชนที่อื่นด้วย เพราะคนไทยไปประเทศไหนเขาก็ต้องดูแลเช่นเดียวกัน ดังนั้น​ คนที่มาประเทศเราก็ต้องดูแล ในส่วนเรื่องที่จะรับคนกลับเรามีแผนไว้แล้วเพียงแต่ต้องรอเวลาที่จะเคลื่อนย้ายได้​ แต่ไม่ใช่การอพยพ เรียกว่าการเคลื่อนย้ายกลับ รัฐบาลจะดูแลตรงนี้ รอเวลานิดนึงแล้วกัน

เมื่อถามว่า เห็นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าประเทศอื่นได้เข้าไปรับคนของประเทศตัวเองแล้ว ไทยจะดำเนินการได้เมื่อไหร่ นายกฯกล่าวว่า ก็กำลังดำเนินการอยู่นี่ไง ทางการจีนกำลังจัดลำดับคิวอยู่ ไม่ใช่ใครจะไปก็ไปทันที เพราะขณะนี้เขาปิดเมืองอยู่ สนามบินก็ยังลงไม่ได้ ต้องขออนุมัติเป็นเรื่องๆ เป็นประเทศไป ในส่วนของคนไทยมี 65 คน เด็ก เราก็พร้อมที่จะรับกลับ โดยเฉพาะที่เมืองอู่ฮั่นก่อน

เมื่อถามว่า จะใช้เครื่องบินทหารหรือเครื่องพาณิชย์ไปรับกลับ นายกฯกล่าวว่า จะใช้เครื่องบินพาณิชย์ โดยรัฐบาลดำเนินการทั้งหมด พร้อมทีมแพทย์ไปตรวจคัดกรองก่อนที่จะเข้ามาด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เพราะเครื่องทหารเขาไม่ให้ไป ไม่มีใครเขาให้หรอก แต่เราเตรียมไว้เผื่อถ้ามันร้ายแรง และเวลาเดินทางไปก็ไม่อยากให้แตกตื่น เมื่อสักครู่ได้คุยกับอุปทูตจีน มีการประสานให้เรามาโดยตลอด เป็นการคุยโดยตรง เขาบอกจะตามเรื่องให้ว่าจากที่สถานทูตไทยทำเรื่องไปแล้วทางการจีนจะดำเนินอย่างไรต่อไป

Advertisement

เมื่อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศรายงานหรือไม่ว่าคนไทยในอู่ฮั่นมีความอุ่นใจต่อมาตรการของไทยที่เตรียมดำเนินการในขณะนี้ นายกฯกล่าวว่า มีการรายงานว่าคนไทยในอู่ฮั่นมีความสุข ตอนนี้สามารถติดต่อได้ อาหารการกินก็จัดหาให้ ยืนยันมีคนทำงานอยู่ไม่ต้องรอนายกฯ สั่งทั้งหมด การดำเนินการมีแผนอยู่แล้ว เคยรับมือโรคซาส์ อีโบล่า ไข้หวัดนกมาแล้ว วันนี้สถิติการควบคุมโรคของไทยดีเป็นอันดับ 6 ของโลก

เมื่อถามว่า ได้กำหนดวันเบื้องต้นที่จะรับกลับแล้วหรือยัง นายกฯกล่าวว่า “กำหนดไว้ทุกวัน ขึ้นอยู่กับทางการจีนจะอนุญาตเมื่อไหร่ แต่ก็เร็วที่สุด เร็วๆ นี้แหละ ใจเย็นๆ คนไทยที่อยู่ทางโน้นเช็กแล้วไม่ได้ป่วยอะไร หากป่วยเขาต้องเข้าโรงพยาบาลก็ไม่ได้กลับบ้านอีก”

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตอนนี้ต้องทำงานหลายๆ ไปด้วยกัน ต้องทำทุกเรื่อง เพื่อให้งานเดินหน้าไปได้ ไม่ใช่หยุดงานอื่นทั้งหมดแล้วมาทำอย่างเดียว ทีมงานมีอยู่แล้วบริหารได้ เขาทำงานกันเต็มที่ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำงานชนิดที่ไม่ได้หลับได้นอน รวมทั้งแพทย์ทหาร ถ้าไม่มีทหารก็ไม่มีแพทย์ทหาร อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ ตนจะไปตรวจติดตามและเยี่ยมผู้ป่วยที่สถาบันบำราศนราดูร

ด้านนายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) และบริษัทไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทั้งทางด้านอากาศยานการบริการบนเครื่องบินรวมถึงฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้นพร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ โดยมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะวิกฤตและเป็นผู้รับผิดชอบในการออกมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดรวมทั้งประสานงานหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกโดยภายในได้ประสานแต่ละฝ่ายดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัดส่วนการประสานกับหน่วยงานภายนอกได้แก่กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานการบินคนละเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ติดตามการออกมาตรการต่างๆ เพื่อนำมาปฏิบัติ