‘อนุทิน’ พร้อมกราบเท้า วอนเลิกปั่นเฟคนิวส์ จ่อถกด่วนชงเลิก “Visa On Arrival” นทท.จีน

30.01.20 | 11:39 น.

กราบเท้าก็ยอม “อนุทิน” ร้องขออย่าปั่นเฟคนิวส์โคโรนา เผยพร้อมบินรับคนไทยในอู่ฮั่นทันที รอจีนคอนเฟิร์มวัน เตรียมประชุมด่วนชงยกเลิก “Visa On Arrival” สยบข่าวนทท.จีนทะลักหลักล้าน ยันตัวเลขแค่หลักหมื่น

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 30 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเตรียมพร้อมรับคนไทยในเมืองอู่ฮั่นกลับประเทศ ภายหลังจีนอนุญาตให้ส่งเครื่องบินเข้าไปรับคนไทยได้ ว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ทั้งเครื่องบิน บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จะไปดูแลตามขั้นตอนการขนส่งผู้โดยสารจากเมืองที่มีสถานการณ์โรคระบาด ขณะนี้รอเพียงการประสานจากทางจีน ซึ่งทุกคนจะไม่เสียค่าโดยสาร เพราะเป็นการดูแลคนของเรา โดยจะมีขั้นตอนการตรวจเช็คการขึ้นเครื่อง แม้ขณะนี้จะไม่มีรายงานว่าคนไทยที่อยู่เมืองอู่ฮั่นมีอาการของโรคหรือเจ็บป่วยใดๆก็ตาม ทั้งนี้ เมืองอู่ฮั่นขณะนี้ถูกปิดเมือง การสัญจรไม่มีไฟล์ทเครื่องบินเข้า-ออก เราจึงต้องใช้ไฟล์ทพิเศษ ซึ่งจะต้องมีขั้นตอนการขออนุญาตเส้นทางการบิน ปัจจุบันยังไม่ได้รับการยืนยันวันที่จะเข้าไปรับคนไทยที่ชัดเจน ซึ่งตนไม่รู้ว่ากระแสข่าวว่าจะไปรับคนไทยวันที่ 4 กุมภาพันธ์มาจากไหน แต่ยืนยันว่าจะเดินทางไปรับคนไทยให้เร็วที่สุด โดยฝั่งไทยพร้อมแล้ว รอการไฟเขียวจากจีนเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระแสข่าวคนขับแท็กซี่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและขณะนี้เข้ารับการรักษาให้ห้องแยกโรคเรียบร้อยแล้วนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ในเรื่องรายละเอียด ขอให้การข่าวมาจากศูนย์ข่าวเดียวกัน เพราะคนนั้นให้ข่าวทีคนนู้นให้ข่าว ก็เริ่มมีการผิดเพี้ยนบ้าง จริงบ้าง จะทำให้ผู้คนตื่นตระหนก ทั้งนี้ ตนจะเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติเหตุแห่งชาติ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ตนเป็นประธานอำนวยการ ในเวลา 13.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2 สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมจะเสนอมาตรการต่างๆ รวมไปถึงการเสนอให้ยกเลิกการออกวีซ่าให้คนจีน ที่ขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในประเทศไทย หรือ วีซ่าออนอาร์ไรวัล (Visa on Arrival) เพราะจากสถานการณ์จะให้ดีที่สุด ต้องทำให้คนจีนเข้ามาประเทศไทยให้น้อยที่สุด เพื่อให้เกิดความสบายใจของคนไทย แต่เราก็ไม่สามารถที่จะไปยกเลิกวีซ่าที่ออกโดยสถานทูตจีนได้ อาจจะต้องกำหนดมาตรการ เช่น มีใบรับรองแพทย์มาแสดง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ความสบายใจของพี่น้องคนไทย ความปลอดภัยในด้านสุขภาพของคนไทย ต้องมาเหนือสิ่งอื่นใด ขอให้ความมั่นใจ ไม่มีทางเห็นคนอื่นดีกว่า

นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทางจีนได้พยายามขอร้องให้นักท่องเที่ยวของเขาเลื่อนหรือยกเลิกเที่ยวบินมาเมืองไทย โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทยมากที่สุด แต่ไม่ถึง 2 ล้านคนอย่างที่เป็นข่าว เป็นเพียงหลักหมื่นเท่านั้น รวมถึงตอนนี้ก็ไม่มีทัวร์มาแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ตนได้ไปตรวจที่สนามบินเชียงใหม่ พบว่าไฟล์ทบินปกติก่อนมีสถานการณ์มีคนจีนเข้ามา 200 คนต่อไฟล์ท และตอนนี้เหลือเพียงเที่ยวบินละ 20 คน หรือนักท่องเที่ยวจีนหายไปมากกว่า 80% ดังนั้น ภาพรวมนักท่องเที่ยวลดลงเช่นเดียวกับที่สนามบินสุวรรณภูมิที่มีการแยกหลุมจอดทุกไฟลท์การบินจีนที่ต้องเข้าจอดหลุมจอดพิเศษ ซึ่งขั้นตอนการควบคุมโรคนั้น เราเข้มเต็มที่ ขณะที่ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็มาช่วยคัดกรองให้อีกด่าน เรื่องของควบคุมสถานการณ์ไม่กลัว กลัวแต่ไวไฟ

เมื่อถามอีกว่าเรื่องของเฟคนิวส์ ทางสธ.จะเอาผิดผู้ปล่อยข่าวอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาผิดเอาถูก แต่ต้องชี้แจงให้มากที่สุด อยากจะให้ไปกราบเท้าทุกคนก็ได้ที่เล่นเฟคนิวส์ อย่าทำเลย เอาไว้สถานการณ์ปกติ จะเล่น จะว่า จะแซวกัน ก็ค่อยให้ถึงเวลานั้น แต่ตอนนี้ขอให้เป็นเวลาทุกคนต้องร่วมกันให้เกิดความสงบ ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ได้มากที่สุด”

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีแนวโน้มที่คนไทยจะติดเชื้อโรคดังกล่าวซึ่งไม่ได้เป็นการติดเชื้อหรือเกี่ยวข้องกับอู่ฮั่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงขณะนี้ถ้าเราลิงค์เช็คประวัติเชื่อมโยงก็ยังเกี่ยวข้องกับอู่ฮั่นอยู่ ซึ่งหมายความว่ายังสามารถอยู่ภายใต้กรอบการควบคุมของเรา ยังไม่มีรายใดที่ไปประเทศหรือพื้นที่อื่น หรือสัมผัสกับคนจีน แล้วมาบอกว่าติดเชื้อปอดอักเสบไวรัสโคโรน่า วันนี้เรายังถือว่าภาวะโรคระบาดดังกล่าวมาจากอู่ฮั่นไม่ได้มาจากประเทศอื่น

“ส่วนที่มีการระบุว่าญี่ปุ่นมีการติดเชื้อดังกล่าวจากคนสู่คนนั้น ก็ไม่ทราบว่ามาอย่างไร เพราะในงานเลี้ยงรับรองคณะผู้เข้าร่วมสัมมนาทางการแพทย์และผู้ที่ได้รับรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลซึ่งทุกคนเป็นรุ่นใหญ่ ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตราจารย์ด้านการระบาดวิทยา และการแพทย์ ยืนยันว่าผู้ที่ติดเชื้อจะต้องมีการสัมผัสกับคนที่ลิงก์กับอู่ฮั่น และทุกคนให้การชื่นชมและเชื่อมั่นทีมแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยชื่นชมวิธีการบริหารจัดการสถานการณ์โรคระบาดว่าประเทศไทยทำได้ดีมากๆถือเป็นชั้นแนวหน้า และการระบาดของโรคแบบนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนซึ่งไวรัสไปต่อได้ยาก และถ้าไวรัสมีอาการรุนแรงคนที่ติดเชื้อจะไปไหนไม่ได้การระบาดก็จะน้อยลง ซึ่งแสดงว่าวันนี้ไวรัสดังกล่าวยังไม่รุนแรงมากคนที่ติดเชื้อมายังสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าสุดท้ายเมื่อภูมิต้านทานเกิดขึ้นตามธรรมชาติของมนุษย์แล้วรู้เรื่องเชื้อโรคดังกล่าวก็จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นกลายเป็นโรคหวัดทั่วไปภายในที่สุด” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับเรื่องจำนวนของผู้ป่วยที่พบนั้นไม่ใช่ประเด็นว่าล้มเหลวหรือสำเร็จ การพบคนไข้จำนวนมากยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการตรวจรักษาเพราะนี่คือสถานการณ์โรคระบาด ยิ่งตรวจเข้มก็ยิ่งเจอสิ่งสำคัญเราต้องเจอเพื่อนนำมารับการรักษาและพยายามนับเครือญาตให้ได้ทั้งหมดว่ามีใครใกล้ชิดหรือสัมผัสบ้างมีการเดินทางไปไหนพื้นที่ใดบ้าง วันนี้จบที่คำว่าอู่ฮั่น และถ้ายังอยู่ในสมการของโลกก็ยังถือว่าทุกอย่างเราสามารถควบคุมได้ การรักษาเราทำตามสภาพของอาการและถ้าคนป่วยมีอาการที่ดีขึ้นร่างกายก็จะผลิตภูมิต้านทานออกมาและหายทุกรายจึงยังไม่ต้องห่วงเรื่องการพัฒนาของเชื้อโรค

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่จะเกิดข้อสงสัยที่ไทยยังไม่สามารถนำคนไทยในอู่ฮั่นกลับมาได้ทั้งๆ ที่ประเทศอื่นได้นำกลับมาบ้างแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ใครมีแผนเตรียมไว้อยู่แล้วในทุกระดับแต่อย่าลืมว่าการบินข้ามประเทศจะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของประเทศน่านฟ้าก่อน ซึ่งถ้าได้รับอนุญาตเมื่อไหร่เราก็พร้อมที่จะรับกลับทันที คณะแพทย์ที่เตรียมไปรับคนไทยก็มีความพร้อมหมดแล้ว ซึ่งขณะนี้การดูแลคนไทยในอู่ฮั่นทุกอย่างเรียบร้อยดี

ข่าวด่วนเกาะติดทุกสถานการณ์ ไม่พลาดข่าวสำคัญ จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน