‘พปชร.’ ไม่ห่วง ‘บิ๊กตู่’ หัวร้อนกลางสภาศึกซักฟอก มั่นใจรัฐมนตรีทุกคนตอบคำถามได้ กำชับวิป รบ. เตรียมข้อมูลปึ้กรับอภิปรายนอกกรอบโยง คสช.
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสนธิรัตน์ จิรสนธิวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ขณะนี้ทราบว่ามีความชัดเจนในเรื่องบุคคลแล้ว จึงพอจะเห็นประเด็นว่าฝ่ายค้านจะหยิบประเด็นใดมาอภิปราย จากข้อกล่าวหาต่างๆ โดยจะมีการเตรียมข้อมูลอภิปรายในส่วนข้อกล่าวหานั้นๆ อีกทั้งต้องดูว่าข้อกล่าวหาจะเกี่ยวกับกระทรวงใดบ้าง ซึ่งเบื้องต้นได้เตรียมการไว้หมดแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะหยิบประเด็นใดมาจึงต้องคิดตามเนื้อหา ขณะที่ฝ่ายค้านก็อยู่ระหว่างเตรียมผู้อภิปราย เราจึงต้องติดตามแนวทางของฝ่ายค้านว่าจะออกมารูปแบบใด แต่ทางพรรคมั่นใจว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุกคนและรัฐบาลจะตอบคำถามของฝ่ายค้านได้
เมื่อถามว่า ในการอภิปรายดูเหมือนญัตติพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) รวมทั้งอาจมีการเชื่อมโยงไปถึงการบริหารงานในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นห่วงหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ไม่หนักใจ ขึ้นอยู่กับกรอบอภิปรายว่าสามารถอภิปรายในกรอบได้มากน้อยแค่ไหน แต่มองว่าการอภิปรายต้องพุ่งเป้าในกรอบการทำงานของรัฐบาลเป็นตัวตั้ง และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีสามารถตอบคำถามและข้อข้องใจในสิ่งที่ฝ่ายค้านสงสัย จึงไม่มีอะไรหนักใจ แต่ยอมรับหนักใจหากมีการอภิปรายนอกกรอบในสิ่งที่ไม่ควรหยิบยกมาอภิปราย จึงต้องดูตอนนั้นอีกครั้งว่าสิ่งที่อภิปรายนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งต้องรอให้วิปทั้งสองฝ่ายหารือกันถึงกรอบการอภิปราย เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์ เพราะการอภิปรายเป็นการตรวจสอบรัฐบาล รัฐบาลเองก็มีหน้าที่ชี้แจง ส่วนที่หลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่องอารมณ์ของนายกฯนั้น ตนไม่กังวล เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำ แต่อาจมีบุคลิกพิเศษ แต่ไม่ต้องกังวล
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายห่วงว่าจะมีการขุดเรื่องเก่าในอดีตยุค คสช. เช่น เรื่องการยืมแหวนและนาฬิกา เป็นต้นนั้น นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ย้ำว่าต้องให้วิปรัฐบาลพูดคุยกันกับฝ่ายค้านถึงกรอบการอภิปรายที่เหมาะสม แต่เรื่องข้อมูลทุกคนที่ถูกอภิปรายก็จะรู้อยู่แล้วว่าทำอะไร มีข้อเท็จจริงอยู่แล้วในหลักการ ดังนั้น เรื่องข้อมูลเป็นหน้าที่ต้องจัดเตรียม เมื่อถามว่า วันนี้ดูเหมือนเสียงของรัฐบาลในสภาฯเข้มแข็งมากขึ้น แต่ห่วงว่าเสียงประชาชนนอกสภาอ่อนแอลงหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า กลไกการอภิปรายถือเป็นกลไกการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และหน้าที่รัฐบาลคือตอบข้อซักถามให้ได้ จึงเชื่อว่าเชื่อประชาชนจะตัดสินหากรัฐบาลตอบได้ และถือเป็นโอกาสของรัฐบาลในการชี้แจงและตอบข้อกล่าวหา ขณะเดียวกันมั่นใจว่าพรรคร่วมจะผนึกกำลังและช่วยกันชี้แจงในการอภิปราย
เมื่อถามถึงความชัดเจน 5 เสียงในพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) จะมาร่วมรัฐบาล นายสนธิรัตน์กล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ยังยืนอยู่ตรงกลาง แต่ทราบว่านายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จะเป็นผู้อภิปรายในครั้งนี้ด้วย จึงยังพูดไม่ได้ว่า 5 เสียงของพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ประกาศถอนตัวจากพรรคฝ่ายค้านจะมาสนับสนุนรัฐบาล ส่วน 3 ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ถูกคาดโทษนั้นก็เช่นเดียวกัน ยังไม่มีการพูดคุย เพราะปัจจุบันยังสังกัดพรรคเพื่อไทยและเป็นการคาดโทษภายในพรรคเท่านั้น
เมื่อถามว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้มีการกำชับ ส.ส.ของพรรคในเรื่องการเสียบบัตรแทนกันอย่างไรบ้าง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ได้กำชับมาโดยตลอด และเชื่อว่าครั้งนี้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะให้เวลาเสียบบัตรลงคะแนนมากขึ้น เพราะได้รับรู้ถึงปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ แล้ว
นอกจากนี้ นายสนธิรัตน์ยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีการเสียบบัตรแทนกันในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า เรื่องดังกล่าวขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องรอให้ศาลวินิจฉัยออกมา วันนี้ไม่ขอก้าวล่วง เพราะสภาฯส่งเรื่องไปที่ศาลแล้ว หากศาลพิจารณาอย่างไรเป็นเช่นนั้น ส่วนกรณีที่โพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนโดยระบุว่าควรให้ ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนลาออกนั้น อยากให้ฟังกันด้วยว่าปัญหาเกิดจากอะไร หากเกิดจากความไม่สะดวก เช่น ข้อจำกัดในสภาก็อยากให้ประชาชนเข้าใจ จึงขออย่าเพิ่งตีรวนว่าเป็นการเสียบบัตรแทนกันทั้งหมดต้องไปดูข้อเท็จจริงด้วย
ย้อนอ่าน : ผลสำรวจ “นิด้าโพล” ชี้ ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน “ไร้จิตสำนึก” ต้องลาออก “บิ๊กตู่”-“อนุทิน” ควรร่วมรับผิด
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
![]()


