“บิ๊กตู่” ซัด คนเลว เล่นแต่เกมการเมือง บิดเบือน สร้างปัญหา ถาม หรือประเทศไทยไม่ใช่ของ“ฝ่ายค้าน”“เผย”เตรียมมาตรการช่วยภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ลดผลกระทบส่วนด้าน ศก.ให้หา ยกระดับหน้ากากอนามัย เจล เป็นสินค้าควบคุม
เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 4 ก.พ.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.ถึงการเดินทางไปรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่นหลังการระบาดของไวรัสโคโรนา ว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบินซึ่งต้องใช้เวลาต้นทางถึงปลายทางหลายชั่วโมง จะเดินทางกลับถึงประเทศไทยประมาณ 19.00 น. จะต้องมีมาตรการคัดกรองก่อนขึ้นเครื่องเพื่อระมัดระวังการกลับมาแพร่เชื้อในไทย ฉะนั้น เมื่อเข้ามาก็ต้องหาพื้นที่รองรับ และพื้นที่ที่รองรับก็ต้องเห็นใจคนที่กลับมาที่ต้องถูกกักตัวไว้ 14 วัน จะต้องดูแลทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ญาติพี่น้องเยี่ยมได้หรือไม่อย่างไร ตอนนี้มีมาตรการพร้อม โดยตนตัดสินใจใช้พื้นที่อู่ตะเภา ของกองทัพเรือ
“นั่นแหละมีทหารไว้ทำไม ทุกคนอยากได้กลับมา แต่ทุกคนไม่ต้องการ เอ๊ะ มันยังไงกัน ท้ายที่สุดทหารรับกินไป นั่นแหละเห็นใจทหารเขาบ้างสิ เขาเสียสละ เขากลัวไหม เขาก็กลัว แต่ทหารเรือเขาก็ยินดีตอบรับ หาพื้นที่ที่เหมาะสม เป็นอาคารที่พักที่สะดวกสบายพอสมควร มันต้องช่วยกันแบบนี้” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า มีรายงานว่านายกฯ จะเดินทางไปเยี่ยมคนไทยกลุ่มดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ถอนหายใจ พร้อมกับกล่าวว่า เอาไปทีละอัน ต้องรอดูก่อน
เมื่อถามว่า มีรายงานว่า ชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางกลับจากไทยแล้วพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา ได้รับรายงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการรายงานหลายประเทศเมื่อเดินทางกลับจากประเทศต่างๆ ก็มีติดเชื้ออยู่เหมือนกัน หลายประเทศจึงได้ทบทวนกันอยู่ตอนนี้ ดังนั้น เราต้องมีมาตรการคัดกรอง โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่จะกลับมาในวันนี้ จึงต้องผ่านการควบคุมอะไรต่างๆ เพราะระยะการฟักตัวมีเวลาพอสมควร แต่เท่าที่ทราบชั้นต้น คนเหล่านี้ไม่ได้มีการติดเชื้อ เพราะอยู่ที่อู่ฮั่นมาหลายวัน และคณะที่ไปรับก็ระมัดระวัง สวม หน้ากากและชุดสีขาว ใช้เวลา 10 กว่าชั่วโมงกว่าจะกลับถึงไทย ต้องใช้ชุดแบบนี้ทั้งขาไปและขากลับ คงได้เห็นภาพกันแล้ว ทุกคนเขามีความเสี่ยง แต่ก็ยอมเสียสละ ขณะที่หลายคนก็อาสาไป ซึ่งเราได้คัดกรองแล้ว
เมื่อถามว่า นายกฯ กังวลเรื่องการแพร่ระบาดในประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าถามว่ากังวลหรือไม่ ต้องบอกว่ากังวล เพราะสถานการณ์ยังมีอยู่ เราไม่ต้องการให้ไปสู่ระดับ 3 คือการแพร่ระบาดในประเทศไทย เราพยายามหยุดยั้งไว้ในระยะที่ 2 คัดกรองการเข้ามา ควบคุม ดูแล จัดเตรียมการรักษาพยาบาลให้เหมาะสมตามขั้นตอน
“ขอให้มั่นใจถึงจะกังวลยังไงก็ตาม เราก็ต้องมั่นใจในมาตรการของเรา และมาตรการของบุคลากรสาธารณสุขของเรา ซึ่งมาตรฐานของเราถือว่าระดับต้นของโลก แต่ถ้าจะมีการแพร่ระบาดก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องแก้ปัญหาต่อไป เราไปสั่งให้เชื้อโรคมันหยุดก็คงไม่ได้ แต่ก็คิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้โดยเร็วด้วยความร่วมมือของประเทศต้นทาง กลางทาง ปลายทาง วันนี้เราต้องดูแลทุกพื้นที่ ทำเต็มที่แล้ว ขอให้เข้าใจว่า รัฐบาลได้ทำเต็มที่แล้ว ไม่เหมือนกับไข้หวัดนก เอาไก่ไปฆ่าทีนึง 3-4 ล้านตัว มันทำได้ไหม” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ไวรัสโคโรนาทางการไทยจะมีการกักเรือที่มาจากจีนไว้ที่ท่าเรือเพื่อกักโรค 14 วันเหมือนที่ออสเตรเลียเริ่มทำแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีการทำทุกที่ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศและบริเวณชายแดน ด่านตรวจต่างๆ ทางช่องทางธรรมชาติและช่องทางอื่นๆ เราทำทุกช่องทาง ขณะเดียวกันตนได้สอบถามกระทรวงคมนาคมแล้ว รวมทั้งท่าเรือต่างๆ ทราบว่าคนที่เข้ามาต้องถูกกักไว้เพื่อคัดกรองโรคอยู่แล้ว
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีภาคเอกชนร้องขอรัฐบาลพิจารณาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจท่องเที่ยว หลังได้รับผลกระทบจากไวรัชโคโรนาว่า ครม.ได้พิจารณาช่วยเหลือภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมการไว้แล้วเพื่อลดผลกระทบด้านการท่องเที่ยว วันนี้เราต้องใช้เวลาช่วงที่มีนักท่องเที่ยวน้อยมาพัฒนาโรงแรม สถานประกอบการต่างๆเพื่อรอรับการท่องเที่ยวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เรื่องของเศรษฐกิจตนได้ให้แนวทางว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบันในแผนงานต่างๆให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจฐากราก ผู้ประกอบการรายเล็ก และผู้ประกอบการในชุมชนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน การตลาดให้ได้ โดยความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชน ร่วมกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ผู้นำทางธรรมชาติ ที่มีการประกอบการก็ต้องทำให้ถูกต้อง
เมื่อถามว่า มาตรการที่ให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุมข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะมีการประกาศกฎกระทรวงในช่วงบ่ายวันนี้ในราชกิจจานุเบกษา ตนได้สั่งการให้กทม. และหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ รับหน้ากากฯจากโรงงานมาจัดจุดจำหน่าย ให้ร้านค้าปลีกค้าส่งมาซื้อเพื่อไม่ให้ถูกใครหลอก หรือขึ้นราคา ซึ่งจะมีช่องทางให้ประชาชนแจ้งเข้ามา หากพบว่ามีการขายหน้ากากฯ เกินราคา สามารถแจ้งได้ทันที จะได้จับกุมลงโทษดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เรื่องความแตกต่างของหน้ากากฯ แต่ละประเภท ตอนนี้มีหน้ากากฯ สำหรับป้องกันไวรัสโคโรนา และ PM 2.5 ราคาแตกต่างกันตามคุณภาพ
นายกรัฐมนตรึ กล่าวว่า ในส่วนของ PM 2.5 นั้นการที่จะให้รัฐบาลทำโน่นนี่ให้เต็มที่ ประชาชนจะมั่นใจหรือไม่ ถ้ารัฐบาลทำไป 100% แล้วจะแก้ได้ 100% ตนไม่เห็นประเทศไหนแก้ได้ 100% มีแต่แก้ไขให้ลดลง 70-80% ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศภายนอกด้วย ขอให้เข้าใจตรงนี้ อากาศจากภายนอกเพื่อนบ้านเข้ามาครอบ มันก็สะสมฝุ่นละออง เราก็ต้องแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่ว่าไม่ให้ความสำคัญ รัฐบาลให้ความสำคัญทุกอย่าง แต่ต้องเข้าใจว่า การทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากเกิดผลกระทบกับคนจำนวนมากจะต้องทำอย่างไรในมาตรการที่เหมาะสม ใครที่ช่วยเหลือตัวเองได้ ก็ช่วยเหลือตัวเองบ้าง ถ้ามีสตางค์ก็ช่วยซื้อกันเองบ้าง ข้อสำคัญหน้ากากฯ ที่ใช้ อย่าทิ้งส่งเดช เพราะมันเป็นขยะติดเชื้อ ไม่รู้ว่าเชื้ออะไรบ้าง ต้องถูกทำลาย ต้องเข้าใจและคิดให้รอบคอบ
“การให้ความรู้ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลทำ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนเลวๆ ชอบไปบิดเบือน ชอบทำให้เกิดปัญหา ผมคิดว่าต้องทำงานสร้างสรรค์ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลอะไรก็แล้วแต่ วันนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหาอยู่ ท่านก็จะเล่นการเมืองกันอยู่แบบเดียว ผมว่ามันไม่ถูก เพราะนี่คือประเทศของท่านด้วย หรือไม่ใช่ประเทศของฝ่ายค้าน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนสะบัดหน้าจากโพเดี้ยมให้สัมภาษณ์ทันที
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าในวันพฤหัสฯ ที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะพูดคุยกับกลุ่มนักเรียนและคนไทยที่เดินทางกลับมาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน เพื่อให้กำลังใจ และติดตามสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ หลังต้องพำนักเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นเวลา 14 วัน ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์

