“ชูศักดิ์” ยัน ไม่มี รธน. หรือข้อบังคับใดๆ ห้ามอภิปรายย้อนหลัง ย้ำ ยืนยันญัตติไม่มีอะไรที่เป็นเท็จ
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากการที่มีข้อถกเถียงจากวิปรัฐบาล ขอให้ประธานสภาผู้แทนสั่งการให้ฝ่ายค้านไปแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่าญัตติเป็นเท็จ กรณีล้มล้างรัฐธรรมนูญ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยล้มล้างรัฐธรรมนูญปัจจุบัน อีกทั้งสั่งห้ามมิให้ฝ่ายค้านอภิปรายย้อนหลังไปถึงรัฐบาลในอดีต ต้องจำกัดเฉพาะรัฐบาลนี้เท่านั้น ตนเองเห็นว่า รธน.ไม่ได้มีข้อจำกัดเหตุผลของการไม่ไว้วางใจว่าต้องมาจากการบริหารราชการแผ่นดินที่เป็นอยู่เท่านั้น พฤติกรรมส่วนตัวในอดีตที่ส่งผลกระทบต่อประเทศและประชาชนก็สามารถนำมาเป็นเหตุในการอภิปรายได้ เพราะมิใช่เรื่องส่วนตัว ยิ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ เปิดเผย มีความรอบคอบระมัดระวังเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน ทั้งยังบอกต่อไปอีกว่าต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง การยกพฤติกรรมการกระทำต่างๆ ในอดีตเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐมนตรีไม่มีคุณสมบัติตามที่กล่าวมา ยิ่งเป็นความจำเป็นด้วยซ้ำไป ในอดีตที่ผ่านมาก็อภิปรายกันมาแล้วมากมาย ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญได้เกิดขึ้นมาแล้ว เป็นเรื่องสำคัญที่กระทบต่อระบบรัฐธรรมนูญ กฎหมาย การยุติธรรม เศรษฐกิจ สังคม สิทธิเสรีภาพของบุคคล สืบเนื่องมาจนถึงกระบวนการสืบทอดอำนาจในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องเก่าในอดีต แต่เป็นการกระทำในอดีตที่ส่งผลถึงปัจจุบัน เป็นพฤติกรรมในอดีตที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่าญัตติดังกล่าวไม่มีข้อใดที่เป็นเท็จ รัฐบาลควรเปิดใจกว้าง รับฟังอย่างเปิดใจ อย่าลืมว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่สืบเนื่องต่อมารัฐบาลในอดีต นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หลายคนเป็นคนเดียวกัน ยุคนี้ไม่ใช่ยุค สนช. ที่ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจกันมา 5-6 ปี รัฐบาลจึงควรเปิดใจรับฟังให้มากๆ การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นดาบสองคม หากฝ่ายค้านอภิปรายไม่ได้ตามญัตติ ฝ่ายค้านก็เสียรังวัดเอง หากรัฐบาลตอบได้ดีมีเหตุผล รัฐบาลก็ได้เอง หากรัฐบาลมีความจริงใจที่อยากจะปฏิรูปการเมือง การอภิปรายครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่ามีการปฏิรูปการเมืองจริงๆ หรือไม่

