ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนาวิกโยธิน จับกุมสมาชิกกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือ NDM พร้อมคนงานไทรอัมพ์รวม 13 คน ขณะแจกเอกสารรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญย่านนิคมบางพลี ดำเนินคดีข้อหาขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ชุมนุมเกิน 5 คน โดยยื่นประกันตัวออกไป 6 คน ขณะนักศึกษา 7 คนไม่ขอประกันตัว โดยมีนายยุทธนา ดาศรี นายธีรยุทธ นาขนานรำ นายอนันต์ โลเกตุ นายสมสกุล ทองสุกใส นายกรกช แสงเย็นพันธ์ นายนันทพงศ์ ปานมาศ และนายรังสิมันต์ โรม โดยทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว เสรีธิวัฒน์ แกนนำนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่ พร้อมนายปกรณ์ อารีย์กุล น.ส.ชลธิชา หรือลูกเกด แจ้งเร็ว คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายเอกชัย ไชยนุวัติ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสยาม และนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ พร้อมทีมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้าเยี่ยมนักศึกษาทั้ง 7 ราย
โดยนายปกรณ์ กล่าวว่า วันนี้จะมาแถลงความเห็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า พ.ร.บ.ประชามติไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราว การที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอย่างนี้เท่ากับเปิดโอกาสให้มีการตีความการใช้อำนาจ พ.ร.บ.ประชามติ อย่างกว้างขวางโดยไม่มีขอบเขต ในการควบคุมการรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน หลังจากนี้คงเกิดเหตุการณ์ว่าการรณรงค์ต่างๆ ขัดต่อพ.ร.บ.ประชามติ แต่เรายังยืนยันว่าไม่แคร์ไม่สน ประชาชนไม่ผิด เพราะการรณรงค์เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม มาตรา 61 ในพ.ร.บ.ประชามติ เป็นการควบคุมการรณรงค์ อยากฝากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนว่า หากเจอนักศึกษาเคลื่อนไหวให้จับได้เลย อยากถามว่าจะจับในข้อหาอะไร หากจะจับในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง ที่3/58 ให้ชี้แจงด้วยว่าเป็นการชุมนุมทางการเมืองอย่างไร ถ้าจะจับในข้อหาพ.ร.บ.ประชามติ อีก ขอให้เห็นว่าผลการเลือกตั้ง UNC น่าจะเป็นคำตอบอย่างหนึ่งว่ารัฐบาลได้คุกคาม สุดท้ายแล้วในเวทีโลกเรามีภาพลักษณ์อย่างไร คำให้สัมภาษณ์รายวันของพล.อ.ประวิตร เราไม่เคยมองว่าเป็นกฎหมายอยากให้ทุกคนออกมาเคลื่อนไหว
ด้านนายวรวุฒิ หรือโบ้ บุตรมาตร หนึ่งในแกนนำกลุ่มประชาธิปไตย กล่าวว่า แก่นของการที่เราจัดประชามติ คือ สิทธิเสรีภาพของประชาชน ควรมีสิทธิ์ในการเผยแพร่ และรณรงค์ โดยตนไม่คิดว่าผิดกฎหมาย กลับกันทางศาลรัฐธรรมนูญมารองรับ ค่อนข้างแปลกมากๆเพราะว่ามาตราดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ขัดต่อการทำประชามติอย่างร้ายแรง เนื้อหาระบุว่าใครก็ตามรณรงค์ ก้าวร้าว โทษจะต้องจำคุก 1-10 ปี ปรับอีก 200,000 บาท โทษมีอัตราสูง อีกทั้งการรณรงค์สามารถทำได้หรือทำไม่ได้ท้ายที่สุดแล้วคนที่นิยามคือ กกต.เอง ยิ่งไปกว่านั้นทางเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างกว้างขวาง หากเราจะเอาไปเทียบกับประชามติที่อังกฤษนั้นถือเป็นเรื่องน่าละอายใจอย่างมาก การที่พวกตนออกมารณรงค์ก็ไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่รัฐมีการรณรงค์ แต่ทำไมเรากลับกลายเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นเหยื่อ ขอยืนยันว่าสิ่งที่พวกตนทำนั้นไม่ผิดกฎหมาย เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เราเป็นเพียงแค่เหยื่อของอำนาจ
ขณะที่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเด็กทั้ง 7 คนมีอาการเจ็บป่วย นายธีรยุทธ นาขนานรำ 1 ใน7 มีอาการปวดฟันจนไม่สามารถพูดได้ ทางเรือนจำยังไม่ได้ส่งไปหาแพทย์ โดยเรือนจำอ้างว่านัดไว้วันที่ 1 กรกฎาคม ตนจะประสานกับเรือนจำให้เร่งรักษาโดยเร็วที่สุด มีคนพูดกันเยอะว่าทหารจับมานั้นเขาได้ให้ประกันตัวทำไมถึงไม่ประกัน ขอตอบเลยว่า 1.ในวันที่พนักงานสอบสวนไปจับกุมและนำตัวส่งศาลนั้น ในคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เพราะฉะนั้นหากยื่นไปก็ไม่รู้จะได้ประกันตัวหรือไม่ และ 2.เด็กพวกนี้ไม่ได้อยู่ภายในอำนาจของศาลทหาร ซึ่งมิชอบด้วยกฎหมาย และในวันที่ 5 กรกฎาคม จะนำข้อเท็จจริงไปเสนอต่อศาลว่าข้อเท็จจริงไปอย่างไรเพื่อขอให้ปล่อยตัว สุดท้ายขอขอบคุณทางเรือนจำที่ดูแลนักศึกษาเป็นอย่างดี ตอนนี้ยกเลิกให้เด็กๆ ทำงานหนักจนเกินไป ตนจึงไปร้องเรียนแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาทางกลุ่มนักศึกษาได้ทำการนำลูกโป่งสีม่วง และหุ่นตุ๊กตาติดป้ายให้กำลังใจ กับกลุ่มนักศึกษา ทั้ง 7 รายที่อยู่ภายในเรือนจำก่อนที่เจ้าหน้าที่จะร้องขอให้นำตุ๊กตาบางตัวออกไป เนื่องจากมีข้อความไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม บริเวณเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.2 มาดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก
ต่อมาเวลา 14.30 น. ร.ศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาเยี่ยมนักศึกษาที่ถูกจับกุม แต่ไม่ได้เข้าไปเยี่ยม ทางเรือนจำกำหนดกฎ10คน ต้องมีชื่อล่วงหน้าก่อน ตนไม่ทราบล่างหน้าว่าขั้นตอนการเยี่ยมเป็นแบบนี้ เมื่อปีที่ผ่านมาเข้ามาเยี่ยมไม่มีปัญหาอะไร แปลกใจอยู่ วันนี้เลยไม่มีโอกาสได้คุยกับนักศึกษา หากได้เข้าไปคงสอบถามถึงความเป็นอยู่ของพวกเขาว่าเป็นอย่างไร อย่างน้อยให้พวกเขารู้ว่าคนข้างนอกยังไม่ลืมเขา อย่างนายรังสิมันต์ โรม เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกันเรียนปริญญาตรี ปีนี้เรียนปริญญาโท เลยมาเยี่ยม นายรังสิมันต์ แสดงออกตามความเห็นที่ถูกต้อง ตามสำนึกของเขาที่เห็นว่าถูกต้อง เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเท่านั้นไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

