ประเด็นยุบพรรคอนาคตใหม่ จากคดี อิลลูมินาติ คดีกู้เงินหัวหน้าพรรค 191 ล้านบาท
ถูกผูกโยงเข้ากับปัญหาเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ
หากแยกสลายได้ ไม่เพียงแต่บั่นทอนกำลังพรรคอนาคตใหม่ พรรคฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ ส.ส.ค่ายสีส้มยังอาจแตกรัง ย้ายร่วมชายคาพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดพรรคหนึ่ง
ไป-กลับ เบ็ดเสร็จ ส่งผลบวกต่อรัฐบาลอย่างมาก
พรรคอนาคตใหม่ ตกเป็นเป้าหมายดูด ส.ส.รายตัว ดึงเป็นแนวร่วมสนับสนุนรัฐบาลแต่แรก เนื่องจากผู้ได้รับเลือกเป็นหน้าใหม่ ไม่มีต้นทุนการเมือง ได้เข้ามาเป็นผู้แทน เนื่องจากกระแสความนิยมในตัวพรรคเป็นหลัก
ฝ่ายเก๋าเกม คร่ำหวอดการเมือง ตีค่าเข้ามาแบบฟลุคๆ เชื่อว่า ดึงง่าย ไม่มีอุดมการณ์ และอนาคตการเมือง
แต่ก็ผิดคาด ตีแตกไม่กี่คน ส่วนใหญ่มั่นคงกับแนวทางการต่อสู้ของพรรคอนาคตใหม่ ไม่สนใจตัวเลข ออฟเฟอร์
ไม่ว่าชะตากรรมของพรรคจะสุ่มเสี่ยงเพียงใด แขวนอยู่บนเส้นด้ายก็ตาม
พรรคอนาคตใหม่รอดพ้นถูกยุบพรรค จากคดีอิลลูมินาติมาได้
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเริ่มตั้งหลักได้ บริหารจัดการแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำได้เช่นกัน จากการได้ที่นั่ง ส.ส.จากการเลือกตั้งซ่อมเพิ่ม การอ้าแขนรับ ส.ส.พันธมิตรที่ถูกฝ่ายค้านขับพ้นสังกัดเดิม และจากเพาะฟาร์มงูเห่าในพรรคฝ่ายค้าน
เรื่องเสียงปริ่มน้ำ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของรัฐบาลอีกต่อไป
แต่รัฐบาล ที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้ง มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีโจทย์ใหญ่ ข้อยาก ค้ำคอ ทั้งงานบริหาร และการต่อสู้ทางการเมือง ที่แกะจากกันไม่ออก มีความเชื่อมโยงอย่าง ลึกซึ้ง
เฉพาะหน้า ระยะสั้นคือพิสูจน์ฝีมือบริหาร เพื่อเป็นใบเบิกทางครองใจประชาชน
ในทางยาวคือ การต่อสู้ แข่งขันกับพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และซีกฝ่ายค้าน โดยมีสนามเลือกตั้ง ส.ส. เป็นเวทีตัดสิน
พรรคอนาคตใหม่ ถูกจับตาเนื่องจากมาแรง
นโยบายชัด แปลกใหม่ นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาประเทศไทยในมิติใหม่ กระทั่งได้รับความไว้วางใจ ประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้งทั่วไป
เปิดตัวลงสนามครั้งแรก ก็กวาดที่นั่ง ส.ส.เป็นกอบเป็นกำ
แต่การฉีกแบบแผนเก่า เดินแบบใหม่ ท้าทายชวนฝัน ชวนค้าน ทั้งนโยบาย และแม้แต่การบริหาร กิจการในพรรค ก็นำมาซึ่งคดีความมากมาย
นำมาทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการสกัดกั้น หยุดยั้งการเติบใหญ่ด้วยการยื่นร้อง วิธีการต่างๆ นานา
แต่นั่นก็เป็นการต่อสู้ทางการเมืองอย่างหนึ่ง
ประเด็น ไม่ใช่คดี แต่อยู่ที่การตัดสินคดี
หากอนาคตใหม่ ไม่ผิด ก็ไม่สมควรได้รับโทษทัณฑ์แม้แต่น้อย
แต่หากผิดจริง ก็ละเว้นไว้ไม่ได้เด็ดขาด ต้องลงโทษแรง ให้สาสมกับการกระทำความผิด ตามบทลงโทษตามกฎหมาย
21 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการตัดสินคดี อนาคตใหม่กู้เงิน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ตามหลักการผลออกได้ 2 หน้า 1.ไม่ผิด ยกคำร้องเหมือนคดีอิลลูมินาติ ล้มล้างการปกครอง 2.ผิด โทษตามฐานนี้คือยุบพรรค และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค
กรณีพรรคถูกยุบ ส.ส.ที่มิได้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ยังสามารถดำรงสถานะอยู่ได้ โดยต้องหาสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน
ทั้งนี้การนัดอ่านคำวินิจฉัย ก่อนสภาผู้แทนราษฎร เปิดอภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจ 2 วัน
นักวิชาการ และฝ่ายการเมือง เห็นว่า ไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ อย่างที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์
เนื่องจากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการเสียงได้ ไม่จำเป็นถึงเพียงนั้น
แต่เรื่อง ‘ได้-เสีย’ ย่อมมีเป็นธรรมดา เนื่องจากอนาคตใหม่เป็นทั้งคู่แข่ง ฝ่ายค้าน
หากผลออกมา ว่ามีการกระทำความผิดตามคำร้อง ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค ตัดสิทธิกรรมการบริหาร
พรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงรัฐบาล ก็ได้อานิสงส์
เมื่อพรรคคู่ต่อสู้สะดุดขา ถูกรูดม่านการเมือง ขุนพลหลักที่เป็นกรรมการบริหารหมดสิทธิ อภิปรายไม่ไว้วางใจ
แม้แต่ ช่องใหม่ที่ว่ากันว่าทำได้ พรรคไม่ถูกยุบ แต่เพิกถอนสิทธิ เฉพาะกรรมการบริหารพรรค ก็ยังผลดีต่อรัฐบาล ไม่ต่างกัน
เนื่องจากหากไม่มี ‘ธนาธร ปิยบุตร พรรณิการ์’ และใครต่อใครที่เป็นแม่เหล็ก จุดขาย
นอกจากขุนพลหลักอย่างปิยบุตร พรรณิการ์ ไม่สามารถร่วมประชุมสภา-อภิปรายไม่ไว้วางใจ ‘บิ๊กตู่’ ได้
การขาดผู้นำ อย่างธนาธร ปิยบุตร การมีอยู่ของพรรคอนาคตใหม่ก็เหมือนกับไม่มี
ไม่ยุบพรรคก็เหมือนยุบพรรค


