ผบ.ทบ.น้ำตาซึม แถลงขอโทษ แจงทหารคลั่งแค้นผู้บังคับบัญชา ผิดสัญญาเรื่องที่ดิน

ผูับัญชาการทหารบกเปิดแถลงข่าว ขอโทษและเสียใจต่อเหตุสลด ทหารคลั่งปล้นปืนกราดยิงประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก แจงแรงจูงใจก่อเหตุ 

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ กรณีเหตุสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในวันมาฆบูชาคลี่คลายลงในชั่วโมงที่ 17 หลังเจ้าหน้าที่ตัดสินใจวิสามัญฆาตกรรม จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา มือก่อเหตุกราดยิงผู้บังคับบัญชาและประชาชนเสียชีวิต รวม 29 ราย และบาดเจ็บ 57 คน

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. แถลงข่าวเหตุกราดยิงเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่าขอโทษและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งหมด รวมถึงประชาชน ตลอดจนข้าราชการ ที่ต้องสูญเสียจากการปฏิบัติหน้าที่ เสียใจกับประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

พล.อ.อภิรัชต์ยังชี้แจงลำดับเหตุการณ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง หลังจากก่อเหตุฆ่า ในการปล้นปืนนั้น จ.ส.อ.จักรพันธ์ได้เข้ามาที่ป้อมในค่ายก่อน จี้เอาปืน ไม่ได้ยิงเพราะกลัวทหารรักษาการณ์ได้ยิน และบรรจุกระสุน จากนั้นจึงไปที่ป้อมรักษาการณ์ยิงทหารเสียชีวิต ก่อนจะใช้ปืนลูกซองอานุภาพร้ายแรงยิงทำลายกุญแจคลังอาวุธ เอาปืนเอชเค 33 และปืนกลเอ็ม 60 ที่เก็บในคลังเอาไปอย่างละกระบอก ยิงกราดใส่พลทหารบาดเจ็บสองนาย ก่อนจะขับรถส่วนตัวเข้าไปกองบังคับการกองพัน เข้าไปด้านหลัง ตอนนั้นทหารภายในเริ่มทราบ เริ่มรู้ ได้ยินเสียงปืน

หลังจากนั้น จ.ส.อ.จักรพันธ์ได้ไปขโมยรถ ซึ่งไม่ใช่รถฮัมวี่แบบที่สื่อมวลชนเข้าใจ แต่เป็นรถจี๊ปดัดแปลง หรือเอ็ม 51 ก่อนออกไปจากค่ายทหาร

“สำหรับสาเหตุเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเครือญาติ ซึ่งผู้ก่อเหตุและคู่กรณีซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ ได้มีการซื้อขายที่ดิน เกิดการผิดสัญญากันในเรื่องผลตอบแทน โดยในรายละเอียดจะต้องไปสืบต่อว่ามีใครที่เกี่ยวข้องในระดับผู้บังคับบัญชาที่ยังเกี่ยวข้องอยู่บ้าง เมื่อผิดสัญญา จึงเกิดแรงจูงใจในการก่อเหตุ แต่ ณ วินาทีที่ผู้ก่อเหตุได้สังหาร ลั่นไกใส่คู่กรณี ณ วันนั้น ณ นาทีนั้น เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว”

โดยระหว่างแถลงข่าว พล.อ.อภิรัชต์ถึงกับยกมือปาดน้ำตาที่ซึมระหว่างแถลงข่าว

ข่าวด่วนเกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้สื่อมวลชนรายงานข่าว “จ่าคลั่งกราดยิง” เกินกว่าเหตุหรือไม่
บทความถัดไป“บิ๊กตู่”ตั้งบอร์ดอีวีแห่งชาติ ดันไทยฮับอาเซียน หวั่นช้าเสียแชมป์เพื่อนบ้านแซงหน้าแน่