“บิ๊กป้อม” สั่งศธ.จัดการศึกษากศน.ให้พนักงานรปภ.ผลักดัน 2.7 แสนรายจบม.3 มอบสตช.จัดทำฐานข้อมูลลงทะเบียนบริษัทรปภ.ใหม่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5
จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการ การขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ว่า สำหรับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธุรกิจรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ได้ประกาศใช้แล้ว ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจในการยกระดับการรักษาความปลอดภัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานและผู้ได้รับการบริการด้วย รวมถึงยกระดับการศึกษาของพนักงาน ทำให้ธุรกิจการรักษาความปลอดภัยมีต้นทุนสูงขึ้น เมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้วกระทรวงแรงงาน (รง.) ก็ได้ประชุมผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่เพื่อหารือและกำหนดความชัดเจน ซึ่งพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่ในระบบขณะนี้มีจำนวนเกือบ 4 แสนคน ซึ่งในพ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดให้พนักงานรปภ.ต้องจบการศึกษาภาคบังคับคือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แต่มีเพียง 1.3 แสนคนหรือประมาณ 32 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 2.7 แสนคนยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปจัดระบบการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) รองรับพนักงานรปภ.ที่ยังมีการศึกษาไม่ครบเกณฑ์ตามที่รัฐกำหนดประมาณ 2.7 แสนคน คาดว่าประมาณ 3 ปีก็จะผลักดันได้ครบทุกคน
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า เพื่อไม่ให้กระทบต่อธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจึงมีบทเฉพาะกาลยกเว้นการบังคับใช้กับพนักงานรปภ.ที่ทำงานก่อนวันที่ 5 มีนาคม 2559 ส่วนพนักงานรปภ.ที่ทำงานหลัง 5 มีนาคม 2559 จะต้องจดทะเบียนพนักงานตามหลักเกณฑ์จบการศึกษาภาคบังคับ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เข้ามาเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำฐานข้อมูลของพนักงานรปภ.และบริษัทที่จะเข้ามาจดทะเบียนใหม่ด้วย มอบหมายให้รง.เข้าไปมาตรฐานขั้นต่ำตามกลไกประชารัฐ

