‘บิ๊กแดง’ปาดน้ำตา ตั้งโต๊ะแถลงปม‘จ่าคลั่ง’

1.ในฐานะ ผบ.ทบ.ขอโทษและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลของกองทัพบก ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวประชาชน และข้าราชการที่ต้องเสียชีวิตของการปฏิบัติหน้าที่และเสียใจที่มีประชาชนบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

2.ขอลำดับเหตุการณ์การปล้นปืนเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องผู้ก่อเหตุมีปืน 5 ชนิด เป็นปืนที่ซื้อโดยเงินส่วนตัวของตัวเองกับร้านสวัสดิการ คือ 1.ปืนพก บาร์เรตต้า 2.ปืนพก 11 มม. 3.ปืนลูกโม่ .44 4.ปืนเล็กยาวขนาด .22 ลองไรเฟิล 5.ลูกซองเรมิตัน เป็นปืนส่วนตัวที่ผู้ก่อเหตุซื้อมาอย่างถูกต้อง และสังหารผู้บังคับบัญชาและกลับมาจี้ปล้น เจ้าหน้าที่ทหารเวรยามที่หน่วย เพื่อปล้นปืนเอชเค 33 แล้วไปก่อเหตุ ปล้นปืนเอชเค 33 อีก 1 กระบอก และปืนกลเอ็ม 60 อีก 1 กระบอก

3.มูลเหตุของผู้ก่อเหตุเกิดจากไม่ได้รับความเป็นธรรม จากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติของผู้บังคับบัญชาที่ได้มีการซื้อขายที่ดิน และผิดสัญญากัน รวมถึงเรื่องผลตอบแทน สำหรับรายละเอียดนั้นต้องไปสืบต่อว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาเมื่อผิดสัญญากัน จึงทำให้เกิดแรงจูงใจในครั้งนี้ เมื่อเริ่มก่อเหตุสังหารตั้งแต่แรกเขาคือ อาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไป

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขายที่ดินในหน่วยงานทหาร โครงการเช่นนี้มีจำนวนมากหรือไม่ และจะแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างไรนั้น กองทัพบกถูกตั้งมาเป็นระยะเวลายาวนาน มีโครงการหลายอย่างเป็นจำนวนมาก ที่พูดมาไม่ได้ไปตำหนิติเตียนใคร ในห้วงเวลาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เคยมีโครงการเช่นนี้ อย่างเช่น บ้านสวัสดิการ การกู้เงิน การร่วมมือระหว่างหน่วยทหารกับพ่อค้า มีการวิ่งเต้น ผมไม่อยากลงรายละเอียด และเรื่องทั้งหมดนี้ผมทราบ และรับรองว่า อีก 3 เดือนต่อจากนี้ ตั้งแต่ระดับนายพลถึงระดับพันเอกหลายคนไม่มีงานแน่ และผมไม่สน เพราะรู้ข้อมูล และผมเติบโตมากับความรู้สึกที่ไม่ถูกต้องในหลายเรื่อง ซึ่งผมไปเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า “พี่ครับ ผมต้องทำ”

ผมขอยกตัวอย่าง เช่น มีใครกล้ายกเลิกทีมฟุตบอลอาร์มียูไนเต็ดหรือไม่ และสัปดาห์นี้จะมีการลงนามกับกระทรวงการคลังในการใช้ที่ราชพัสดุ เป็นโครงการสวัสดิการเชิงพาณิชย์ โดยนำเงินและรายได้กลับเข้าสู่กระทรวงการคลัง นี่คือการเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานของกองทัพบก แน่นอนว่ามีคนไม่พอใจ หรือในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้เซ็นยกเลิกการจัดซื้อปืนสวัสดิการทุกชนิดของกองทัพบก และต่อไปนี้ใครจะซื้อปืนสวัสดิการภายนอกจากหน่วยงานใดก็ตาม ผู้บังคับบัญชาชั้นนายพลจะต้องทำคำสั่งผ่านเสนาธิการทหารบกเท่านั้นเพื่อให้ออกคำสั่ง ของเดิมตามระเบียบจะให้นายทหารยศชั้นนายพันเป็นผู้เซ็นเปิดโอกาสให้กำลังพล และพ่อค้าซื้อขายอาวุธกันได้ง่าย เพราะผู้ก่อเหตุมีปืน 5 กระบอก ทั้งหมดเป็นปืนที่มาจากโครงการสวัสดิการจากหน่วยงานอื่น

ทหารไม่จำเป็นต้องมีปืนส่วนตัว เพราะมีปืนหลวงที่ถูกเก็บรักษาและจะมีการเบิกแจกจ่ายเมื่อมีการใช้งาน แต่เดิมมีไม่รู้กี่โครงการ ทหารมีบ้านมีที่พักให้กับกำลังพลเพียงพอ รับราชการ 20-30 ปี ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน เพื่อให้มีเวลาเก็บเงินไปซื้อบ้านของตัวเองหลังเกษียณอายุราชการ

ผมขีดเส้นตายภายในเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้ว และยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหาร และย้ายจากกองทัพบกไปอยู่หน่วยงานใดก็ต้องย้ายออก เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีบ้านมาอยู่ ทั้งนี้ การถูกเชิญชวน ถูกหลอก การเชื่อคนง่ายยิ่งเป็นผู้บังคับบัญชาหรือเครือญาติของผู้บังคับบัญชา มีแรงจูงใจ การอยู่แบบไม่พอเพียง เพราะผู้ก่อเหตุมีปืน 5 กระบอก ที่มีราคาแพงมีไว้เพื่ออะไร โครงการต่างๆ ต้องมีการปรับกรุงแก้ไขและเอาจริง อันไหนไม่จำเป็นผมจะยกเลิก และผมจะเอาจริงสำหรับผู้ที่เอาเปรียบหลวง เพื่อนร่วมงาน ขอเวลาและยืนยันว่า ผมไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ แต่ทำมาก่อนหน้านี้ และถ้าไม่สัมฤทธิผลภายในวงรอบ การปรับย้ายนายทหารครั้งนี้เห็นดีแน่ และผมก็ไม่ล้อมคอก

4.มาตรการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธ กองทัพบกมีมาตรฐานและมาตรการในเรื่องนี้มาเป็นเวลา และมีการเน้นย้ำในเรื่องนี้มาโดยตลอด ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก แต่อาจมีหน่วยที่หละหลวม ก็ต้องไปลงโทษ หน่วยที่ไม่ได้เตรียมตัวก็ต้องมีมาตรการเพิ่มเติมแต่ผู้ก่อเหตุอยู่ในหน่วยนั้น จึงมีความชำนาญในการใช้อาวุธและพื้นที่ รู้ว่าต้องเอาที่ไหนอย่างไร และต้องทำลายอย่างไร ดังนั้น มาตรการต่อไปแต่ละหน่วยต้องติดกล้องซีซีทีวี ด้านหน้าคลังเก็บอาวุธ และกระสุนปืน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหลายหน่วยอาจมีมาตรฐานไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา แต่กองทัพบกก็เน้นย้ำมาทุกยุคทุกสมัย

5.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ มีอำนาจเด็ดขาดในการควบคุมและสั่งการกำลังเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตามกฎหมายปกติ แต่ได้มีการประสานงานกับผมอยู่ตลอดเวลา ในส่วนของทหาร ผมได้สั่งการให้กรมรบพิเศษที่ 3 กองบัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เตรียมกำลังสแตนบายไว้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดเวลา หากมีการร้องขอกำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารในหน่วยอื่นๆ จะทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานทั้งในการช่วยลำเลียงประชาชนออกจากศูนย์การค้าฯ และอำนวยความสะดวก และประสานงานส่งผู้ได้รับบาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ จ.นครราชสีมา

โดยผมได้ลงพื้นที่โคราช พร้อมกับ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในเวลา 22.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พร้อมกับรายงานสถานการณ์ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบโดยตลอด ซึ่งนายกฯได้สั่งการว่าให้คำนึงความปลอดภัยสูงสุด และต้องไม่ให้ประชาชนสูญเสียไปมากกว่านี้

ยืนยันว่าผมกับ ผบ.ตร.มีการประสานงานกันตลอด ตั้งแต่เริ่มมีการก่อเหตุจนจบเหตุการณ์ การทำงานที่ผ่านมาระหว่างกับ ผบ.ตร.กับผม มีการให้เกียรติการทำงานซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ตั้งแต่ระดับผู้บังคับกองร้อย ผู้พัน ในพื้นที่ต่างๆ จนกระทั่งเป็น ผบ.ทบ.และ ผบ.ตร.

อีกทั้ง ผบ.ตร.ได้ยืนยันว่า กำลังตำรวจที่เข้าระงับเหตุการณ์ในครั้งนี้มีเพียงพอที่จะเข้าปฏิบัติการ ยังไม่ต้องออกคำสั่งแต่งตั้งทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุการณ์ แต่ถ้าจะมีคำสั่งแต่งตั้งทหารเข้ามาเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผบ.ตร.สามารถออกคำสั่งได้ทันที ไม่ต้องรอเซ็นคำสั่งเป็นหนังสือ ในส่วนนี้จะเห็นว่าการบังคับบัญชาสถานการณ์ ผบ.ตร.มีความเป็นเอกภาพอย่างมาก

6.เยียวยาทหารและประชาชนที่เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิง และกองทัพบกจะดูแลครอบครัวอย่างดีที่สุดและสมเกียรติ รวมถึงพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ สำหรับความรับผิดชอบต่อประชาชนที่เสียชีวิตกองทัพบกจะรับทายาทเข้ารับราชการตามคุณวุฒิโดยไม่มีข้อแม้ และหากทายาทยังเรียนหนังสือไม่จบก็จะดูแลด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แม้ผมจะเกษียณราชการไปแล้วก็ตาม ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียในการประกอบอาชีพหากประสงค์จะเข้ารับราชการกองทัพจะไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่การเยียวยาและดูแลครอบครัวผู้ก่อเหตุจะเป็นไปตามขั้นตอน

7.จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ผู้ก่อเหตุและคู่กรณีมีความสัมพันธ์กันทางการบังคับบัญชา กองทัพบกโดยผมได้สั่งการให้หาวิธีการที่ดีที่สุด เปิดเรื่องร้องเรียนโดยตรงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกเอาเปรียบ จะเน้นย้ำผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจดูแลทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา ผมมั่นใจและให้คำมั่นว่า ช่องทางนี้จะเป็นความลับที่สุดแต่ต้องแสดงตัวตนว่าเป็นใคร อยู่หน่วยไหน ข้อมูลดังกล่าวจัดส่งตรงมาที่ตัวผม เดิมผมก็ไม่มี
เฟซบุ๊ก และอินสตราแกรม เพราะรับไม่ไหวในหลายเรื่อง แต่ก็จะมีช่องทางให้เข้าถึง โดยไม่ผ่านช่องทางของกองทัพบก ผมจะหาบุคลากรมาทำ สั่งการไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว เพื่อเป็นโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชา สื่อสารกับผมโดยตรง และกว่าผมจะลงโทษอย่างเต็มที่สุดความสามารถเท่าที่จะทำได้ ในหนึ่งปีมานี้ผมได้ปรับปรุงพัฒนากองทัพบก เพื่อรองรับสภาวะการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป และความถดถอย และเสื่อมถอยของกำลังและผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจ มีหลายอย่างไม่ได้เปิดเผยให้สื่อมวลชนได้รับทราบ หลายเรื่องมีการสั่งการอย่างเอาจริงเอาจังในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งที่ผ่านมานายทหารระดับสูงฝ่ายบริหารของกองทัพได้เตือนและให้กำลังใจผมเสมอ

8.ผมในฐานะผู้บัญชาการทหารบกขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ตลอดระยะเวลาเกิดเหตุมีการตำหนิกองทัพบก มีคนด่าว่ากองทัพบก ซึ่งกองทัพบกเป็นองค์กรความมั่นคงที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่มีคนมากมายมาด่าทหาร แต่ผมอยากให้ทราบว่า ท่านอย่าด่ากองทัพบก ท่านอย่าด่าทหาร กองทัพบกเป็นองค์กรไม่มีความรู้สึก ทหารยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในประเทศไทยอยู่ตามแนวชายแดน ทหารยังปราบปรามยาเสพติด เสี่ยงชีวิตปกป้องอธิปไตยของชาติ ทหารยังต้องช่วยเหลือน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟไหม้ป่า ผู้เสียสละที่ดีๆ มีทั่วกองทัพบก อย่าไปด่าว่าเขาเลย อย่าใช้คำว่าทหาร เขาจะเสียกำลังใจในการทำงาน ไม่มีใครในโลกอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในประเทศตัวเอง ไม่มีคนไทยอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นอย่าด่าว่ากองทัพบก อย่าว่าทหาร ถ้าจะด่า จะตำหนิ ให้มาด่า พล.อ.อภิรัชต์ ผมน้อมรับคำตำหนิ และการแสดงความคิดเห็นทุกอย่าง ให้มาด่าผม เพราะผมเป็น ผบ.ทบ.

อย่างไรก็ตาม ในคนหมู่มากของทุกองค์กรย่อมมีคนดี และคนไม่ดีปะปนกันอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจ แม้ผมเหลือเวลารับราชการ 7-8 เดือน จะไม่ย่อท้อในการปรับปรุงและพัฒนากองทัพบก พัฒนาบุคลากร เข้มงวดและรักษามาตรฐานให้ดีขึ้น เพิ่มมาตรการต่างๆ ให้ดีขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมา โดยจะใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะ ผบ.ทบ.จนวันสุดท้ายที่ผมส่งมอบธงให้กับ ผบ.ทบ.คนต่อไป ก่อนที่จะมาแถลงข่าวผมทำการบ้านมา 3 คืน 2 วัน แทบไม่ได้นอนเพราะเสียใจ

•ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณี ซึ่งไม่ใช่การปฏิบัติการทางทหาร แต่เป็นเรื่องการบาดหมางจิตใจ การก่ออาชญากรรม กองทัพบกก็รับผิดชอบทั้งในส่วนของผู้ก่อเหตุและคู่กรณีตามมาตรฐาน

•มีเสียงเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งผบ.ทบ.
ถึงแม้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลของกองทัพบก และตั้งแต่ที่ผู้ก่อเหตุไปก่อเหตุที่ไม่ใช่การไปปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก เช่น ทหารขนยาเสพติด ค้าอาวุธสงครามแล้วถูกตำรวจวิสามัญฯ ผมก็อยากจะถามเหมือนกันว่าสมควรที่จะใช้คำถามนี้กับผมหรือไม่ ผมมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างที่สั่งไปในทุกตำแหน่ง ทุกวิกฤตที่ผมได้ผ่านมาจนกำลังจะเกษียณอายุราชการ อะไรที่สั่งผู้ใต้บังคับบัญชาทำ ผมรับผิดชอบ แต่ผมไม่สามารถรับผิดชอบต่อการกระทำที่เป็นเหตุการณ์ส่วนตัว การก่ออาชญากรรม การทำผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนระเบียบวินัยที่มีอยู่อันนั้น ผมรับไม่ได้

บทความก่อนหน้านี้ก้างตำคอ : นายเสียม
บทความถัดไปซาเล้ง เฮ! ขอบคุณ ‘จุรินทร์’ ประกันราคารับซื้อขยะกระดาษ กิโลละ 2 บาท