เป็นผู้ใหญ่ทั้งที ต้องรู้ตัวเอง‘ถูก-ผิด’ : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

iNเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายแผ่นดินประจำปี 2563 ได้ดำเนินการมาถูกต้องแล้ว เพียงแต่การลงมติในบางมาตราที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ให้นำกลับมาลงมติใหม่ในวาระที่สองและที่สาม ขณะที่ควรมีการสอบผู้เสียบบัตรแทนกัน ซึ่งเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรจะปฏิบัติอย่างไร

ผู้ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และผู้ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการแต่งตั้ง มีคุณสมบัติกำหนดไว้ชัดเจน ย่อมมีวุฒิภาวะ หมายถึงเป็นผู้ที่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาให้ถูกต้องครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเสียบบัตรแทนกัน หรือการกาเครื่องหมายผิดทำให้บัตรเสีย หรือพฤติกรรมอื่นอันเป็นความผิดพลาดย่อมไม่เป็นการสมควร

โดยเฉพาะการเสียบบัตรแทนกัน ต้องนับเป็นการทุจริตโดยแท้จริง ต้องมีความผิดทั้งพฤติกรรมและกฎหมาย คือมีบทลงโทษอย่างใดอย่างหนึ่งในเรื่องของวินัย เป็นความผิดทางพฤติกรรม ส่วนความผิดตามกฎหมายควรเป็นความผิดที่ชัดเจน เช่น ขาดจากการเป็นสมาชิกรัฐสภา

อ้อ รุนแรงไปหรือ ถ้างั้นให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามความผิด เช่น กี่ครั้ง จนครบตามกำหนดของการเป็นสมาชิกรัฐสภาจึงให้ออกจากตำแหน่ง ไม่สมควรเป็นสมาชิกรัฐสภา (แต่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไปได้)

เพราะการเสียบบัตรแทนกัน และต้องดำเนินการใหม่ เป็นเหตุให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินชะงักล่าช้า ไม่เป็นตามกำหนดที่หน่วยราชการจะนำงบประมาณไปใช้จ่าย ซึ่งงบประมาณครั้งนี้ล่าช้าด้วยเหตุการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา แล้วยังมาล่าช้าเพราะการกระทำของสมาชิกรัฐสภาอีก

อีกเรื่องหนึ่งที่รัฐสภาควรกำกนดให้มีสมาชิกมีวุฒิภาวะ คือมีวุฒิการเป็นผู้มีความรอบคอบ มีความรู้ และกระทำการให้ถูกต้อง โดยเฉพาะความรับผิดชอบ ศึกษาเรื่องที่ต้องปฏิบัติ หากเกิดความผิดพลาด อาจต้องมีการตำหนิหรือมีโทษฐานไม่รอบคอบ เช่น การกาเครื่องหมายตามกำหนดไว้ในเรื่องนั้นๆ ผิดพลาด

อาทิ ให้กาเครื่องหมายกากบาท คือ เครื่องหมาย X (หรือกาเครื่องหมายผิด) หรือให้กาเครื่องหมาย “ถูก” ต้องให้เป็นไปตามนั้น และควรให้มีการแสดงอย่างเปิดเผยเช่นกรณีที่สนับสนุนให้ผู้ใดมีตำแหน่งใด

เพราะการจะให้ใครมีตำแหน่งใด หากไม่ใช่เป็นการต้องปิดลับ ควรให้ผู้ลงมติแสดงการเปิดเผยความเห็นของตน มิใช่เกรงไปว่าผู้ที่ตนลงมติไม่เห็นด้วยนั้นจะมาตำหนิติเตียนหลังจากนั้น

หรือเป็นการประจบผู้ที่เราเห็นด้วย

เพราะผู้ที่ลงสมัครในตำแหน่งหน้าที่จะไปปฏิบัติงานสำคัญของชาติควรจะเป็นผู้มีความหนักแน่น ไม่ควรจะมองผู้ที่ลงคะแนนให้เราเป็นผู้ที่ประจบหรือเป็นผู้เอาใจเรา และเอื้อประโยชน์ให้ภายหลัง

ส่วนผู้ที่ไม่ลงคะแนนเสียงให้เราเป็นผู้ที่รังเกียจ เป็นศัตรู หรือต้องการกีดกันเราให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่นั้นเพื่อประโยชน์ในภายหลังเช่นกัน

การเป็น “ผู้ใหญ่” เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ เป็นผู้จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่สำคัญให้ประเทศชาติและประชาชนควรเป็นผู้ที่ “รู้ดี” ด้วยตัวเองว่ามีความผิดพลาดในเรื่องใด ที่ผู้เลือกต้องแสดงความผิดนั้นให้ปรากฏ หากไม่ผิดจริงควรให้โอกาสผู้ที่ตนคัดค้านนั้นแสดงหลักฐานหรือข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นๆ

ดังกรณีของข้าราชการที่ถูกร้องเรียนในเรื่องนั้นเรื่องนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องเรียนแก้ต่างได้ เพื่อให้พ้นจากความผิดนั้นๆ มิฉะนั้นจะเป็นการร้องเรียนเท็จ หรือเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมา เป็นผลให้ผู้ถูกร้องเรียนหมดโอกาสจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่อันเป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชน

การที่ให้ผู้ต้องการก้าวขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งหน้าที่สำคัญ ไม่ควรจะเป็นเพียงคนเก่ง หากต้องเป็นคนดี มีพฤติกรรมที่ไม่ก่อความผิดร้ายแรงรุนแรงมาตั้งแต่ต้น หรืออย่างน้อยก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ เช่น ตั้งแต่เรียนในระดับปริญญาตรี ต้องไม่มีพฤติกรรมลอกคำตอบจากเพื่อน ซึ่งครูอาจารย์ผู้ควบคุมการสอบจับได้คาหนังคาเขา มีผลสอบสวนชัดเจน

อ้าว!! เพราะต้องการทั้งคนเก่งและคนดีไปบริหารประเทศและสร้างประโยชน์ให้ประชาชนมิใช่หรือ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : เป็นปลื้ม
บทความถัดไปร่างกฎกระทรวงการอนุรักษ์ และการพัฒนาทรัพยากรน้ำสาธารณะ โดย ผดุง จิตเจือจุน