‘ธนาธร’ เปิดปฏิบัติการ ‘พินอคคิโอ’ นั่งกุนซือ ติว 16 ขุนพล กระชากหน้ากาก ‘ประยุทธ์’(คลิป)

‘ธนาธร’ ประกาศศึก เปิดปฏิบัติการ ‘พินอคคีโอ’ นั่งกุนซือ ติว 16 ขุนพล กระชากหน้ากาก ‘ประยุทธ์’ บริหารประเทศล้มเหลว

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงข่าวเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มาก หนึ่งในปัญหาที่สำคัญมากในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนคือ หากผู้มีอำนาจที่มาจากประชาชน ทรยศประชาชน ทรยศต่อผลประโยชน์ของประชาชน เราจะมีอำนาจจัดการอย่างไรได้บ้าง รัฐธรรมนูญ จึงกำหนดให้มีกลไกฝ่ายนิติบัญญัติ ในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร นั่นคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นรายบุคคล หรือทั้งคณะ ซึ่งหากเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีท่านนั้นก็ต้องถูดถอดออกจากตำแหน่งในทันที กลไกอภิปรายจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญ และมีน้ำหนักที่สุดของฝ่ายค้าน หรือฝ่ายนิติบัญญติที่จะตรวจสอบฝ่ายบริหาร เมื่อพวกเราเลือกใช้กลไกนี้แล้ว เราต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อใหสมศักดิ์ศรีของกลไกนี้

นายธนาธร กล่าวว่า เราได้เริ่มเตรียมการการอภิปรายมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน เราได้เริ่มใช้รหัสเพื่อเรียกโครงการนี้ภายในพรรค คือ โปรเจกต์ พินอคคีโอ โดยมีตนเป็นหัวหน้าทีม เหตุผลที่เลือกพินอคคีโอ มาใช้ในการปฏิบัติการ เพราะตัวละครพินอคคีโอ คือ ตัวละครที่ทำผิดซ้ำซาก และพยายามปกปิดความผิดของตัวเองไปเรื่อยๆ จนเรื่องบานปลาย ท้ายที่สุดก็ปกปิดไม่ได้ ซึ่งเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังการทำรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยถูกตรวจสอบ และปกปิดความผิดตัวเองจากสาธารณะ ภายใต้ข้ออ้างของความสงบ และการคอร์รัปชั่น แต่ความจริงแล้วเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชน และการปิดบังประชาชนที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อไม่มีประชาธิปไตย ไม่มีฝ่ายค้าน ก็ไม่มีการตรวจสอบ ครั้งสุดท้ายที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ เดือนพฤศจิกายน 2556 หรือ 6 ปี 2 เดือน วัตถุประสงค์ของโปรเจกต์พินอคคีโอ จึงเป็นปฏิบัติการกระชากหน้ากากของพินอคคีโอ ให้ประชาชนรับรู้ถึงจมูกอันยืดยาว และข้อผิดพลาดของรัฐบาลในรอบ 6 ปี

นายธนาธร กล่าวในรายละเอียดว่า พรรคอนาคตใหม่มีส.ส. ที่จะอภิปรายจำนวน 16 คน ทำงานร่วมกับทีมกฎหมายของพรรค และทำงานร่วมกัมทีมนโยบายอีก 50 กว่าคน เป็นเวลา 4 เดือนเต็ม ฉะนั้นการอภิปรายครั้งนี้จึงไม่ใช่ของผลงานใครคนใดคนหนึ่ง การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะใช้เวลาประมาณ 3 วันครึ่ง คือเริ่มตั้งแต่เวลา 13.30 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 26กุมภาพันธ์ ก่อนลงมติในวันที่ 28 ก.พ.  คือ 1 วัน เราสามารถอภิปราย 12 ชั่วโมง โดยพรรคอนาคตใหม่ได้ขอโควตาจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน 11 ชั่วโมง เฉลี่ยคนละ 40 นาที ทั้งนี้ 1 คนของพรรคอนาคตใหม่จะอภิปรายในภาพรวม และอีก 15 คน จะอภิปรายในรายประเด็นไม่ซ้ำกัน ในญัตติที่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น เป็นญัตติการอภิปรายในรายบุคคล พรรคอนาคตใหม่จะเลือกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรีจาก 6 รัฐมนตรีที่มีชื่ออยู่ในญัตติ คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง 3.นายวิษณุ เครืองาม ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ 5.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ภายใต้การอภิปรายของพรรคอนาคตใหม่ เราตกลงกันว่า เราจะอภิปรายอ้างอิงจากเอกสารชั้นต้น หลักฐานแวดล้อม ข้อกฎหมาย หลักนิติรัฐนิติธรรม และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เราจะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ตรงประเด็น และกระชับ เราจะไม่เน้นการใช้โวหาร พูดยืดยาว นอกประเด็น หรือกล่าวหาอย่างเลื่อนรอย

หัวหน้าพรรคอนค. กล่าวว่า โดยเราแบ่งเนื้อหาการอภิปรายเป็น 5 ด้าน คือ 1.การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาด 2.การเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง และกลุ่มที่ใกล้ชิด 3.นโยบายที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศ 4.เรื่องความมั่นคง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน และ 5.คุณสมบัติ และจริยธรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใต้การบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ 5 ปีที่ผ่านมา

“เราต้องการใช้การอภิปรายในครั้งนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังพาประเทศไทยไปผิดทาง และคนที่ต้องจ่ายราคาให้การพาประเทศไทยไปผิดทางคือ พี่น้องประชาชน เราเชื่อว่าจะจะทำให้ประชาชน และสภา เห็นถึงความล้มเหลว และเหตุผลที่ควรลงมติไม่ไว้วางใจรับมนตรีที่ถูกอภิปรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากนี้อยากเชิญชวนให้ประชาชนติดตามการอภิปรายในครั้งนี้อย่างใกล้ชิดด้วย” นายธนาธร กล่าว

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สิ้นนักร้องดัง ‘สุรางค์ ดุริยพันธุ์’ ศิลปินแห่งชาติ วงการเพลงไทยสูญเสียต่อเนื่อง
บทความถัดไปจัดสะวิง ‘ช้าง ไทยแลนด์ จูเนียร์’ ปี 7 คัด 4 คนผลงานเจ๋ง บู๊ศึกใหญ่ที่ญี่ปุ่น