09.00 INDEX : สัญญาณ เตือน ยุบพรรคการเมือง ศึกษา กรณี ธนาธร อนาคตใหม่

16.02.20 | 08:32 น.

ความน่าสนใจของแคมเปญคัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ มิได้อยู่ที่ การเคลื่อนไหวผ่าน www.change.org

หากแต่อยู่ที่ “รายชื่อ” ที่ปรากฏ ซึ่งหลากหลายอย่างยิ่ง

หากแต่อยู่ที่แม้จะมีการริเริ่มโดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ด้วยตัวบุคคลจำนวนร้อย แต่ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ยังไม่ทันข้ามวันด้วยซ้ำจำนวนก็ทะยานไปถึงหลักหมื่น

สะท้อนให้เห็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายในสังคมไทยต่อมาตรการยุบพรรคการเมืองว่าดำเนินไปอย่างไร

รู้สึกว่าจะเป็น “คุณ” หรือว่าจะเป็น “โทษ”

Advertisement

ความรู้สึกนี้อาจไม่สามารถสั่นคลอนวิจารณญาณของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญได้ในทางเป็นจริง

แต่ก็เท่ากับเป็นการส่ง”สัญญาณ”ทางการเมืองอย่างแหลมคม

การปรากฏรายชื่อปัญญาชนสาธารณะอย่าง นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ หรือแม้กระทั่ง นายโค ทม อารียา มิได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย

ที่นอกเหนือความคาดหมายกลับเป็น นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล กลับเป็น นายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

เช่นเดียวกับ นายบรรยง พงษ์พานิช เช่นเดียวกับ นายดวงฤทธิ์ บุนนาค เช่นเดียวกับ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เช่นเดียวกับ นางทิชา ณ นคร เช่นเดียวกับ นายปรีดา เตียสุวรรณ์

ยิ่งกว่านั้น ยังมีความเห็นอันเป็นความต่อเนื่องจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และความเห็นต่อเนื่องจาก นายเทพไท เสนพงศ์

สะท้อนให้รับรู้ว่า ปัญญาชนสาธารณะและนักการเมืองผู้รักประ ชาธิปไตยมีบทสรุปอย่างไรต่อมาตรการยุบพรรคอนาคตใหม่

สังคมมีตัวอย่าง อย่างเด่นชัดมาแล้วจากกรณียุบพรรคไทยรักไทย จากกรณียุบพรรคพลังประชาชน

เด่นชัดว่าเป็นเรื่องทางการเมือง เป็นการทำลายทางการเมือง

การยุบพรรคไทยรักไทย การยุบพรรคพลังประชาชน เป็นผลและความต่อเนื่องจากรัฐประหาร

เป็นมาตรการของขบวนการรัฐประหารต้องการกำจัดศัตรู

มาตรการยุบพรรคอนาคตใหม่ก็แสดงความต่อเนื่องจากรัฐประหารปี ๒๕๔๙ และรัฐประหารปี ๒๕๕๗

เป็นมาตรการกำจัดและบดขยี้ปรปักษ์ในทางการเมือง

เป็นมาตรการ “ปราบปราม” มิได้เป็นมาตรการ “การต่อสู้”ในทางความคิดและในทางการเมือง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
 

เพิ่มเพื่อน