นานาทรรศนะนักวิชาการ ‘บิ๊กแดง’-ปฏิรูปกองทัพ

หมายเหตุความเห็นจากนักวิชาการ กรณี พล.อ.อภิรัชต์คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศจะปฏิรูปกองทัพ ภายหลังเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมา

วิชิต ปลั่งศรีสกุล
นักวิชาการด้านกฎหมาย
สภาองค์กรชุมชนท้องถิ่น จ.ประจวบคีรีขันธ์

ขอให้กำลังใจและสนับสนุนแนวทางของ ผบ.ทบ.จะปฏิรูปกองทัพหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอำนาจหน้าที่ควรจะพัฒนาให้เป็นทหารอาชีพที่สำคัญรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้บัญญัติให้ทหารมีหน้าที่ในการพัฒนาประเทศก็ถือว่าสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปของ ผบ.ทบ. ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ ผบ.ทบ.ลงมือปฏิบัติอย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นผลงานชัดเจน แม้ว่า ผบ.ทบ.จะเหลือเวลาในการทำงานอีกเพียง 7 เดือน ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาไปมากกว่านี้

ในสถานการณ์ความขัดแย้งของคนในประเทศยังไม่มีท่าทีจะมีข้อยุติประชาชนบางฝ่ายอาจจะไม่คาดหวังอะไร เนื่องจากเห็นว่าทหารบางรายยังเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและเลือกใช้คำว่าชังชาติ เพื่อแบ่งแยกประชาชน ไม่สอดคล้องกับแนวทางในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพราะฉะนั้นหาก ผบ.ทบ.ต้องการปฏิรูปกองทัพ ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าหน้าที่ของทหารนอกจากจะรักษาความมั่นคงของชาติ ยังสามารถสร้างความอบอุ่นใจให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่าด้วยการเดินหน้าสร้างความปรองดอง จับเข่าคุยกับทุกฝ่าย อย่าไปแอบถือหางข้างใดข้างหนึ่ง หรือบุคคลกลุ่มหนึ่งทำอะไรก็ผิด แต่อีกพวกยังลอยนวล ประชาชนทราบดีว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยเข้ามาหนุนหลัง พฤติกรรมแบบนี้ควรหมดไป

ต้องยอมรับว่ากองทัพเคยประสบภาวะวิกฤต หลังการปราบประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 แต่ ผบ.ทบ.ในยุคต่อมาพยายามฟื้นฟู ปรับปรุงหลายด้านเพื่อให้ประชาชนยอมรับ กระทั่งมีการทำรัฐประหารอีกครั้งในเดือนกันยายน 2549 ทำให้มีปัญหาความขัดแย้งต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะถดถอย ดังนั้น จึงขอให้ ผบ.ทบ.มองเรื่องนี้ไปพร้อมกับการปฏิรูปกองทัพ โดยเฉพาะนายทหารระดับสูงที่ยังมีการแบ่งเป็น บูรพาพยัคฆ์หรือวงศ์เทวัญ ควรจะต้องหมดไป อย่าพยายามตั้งกลุ่มก๊วนอาศัยสถาบันไปแสวงหาอำนาจหาประโยชน์ และเรื่องแบบนี้ถ้าหัวไม่กระดิกหางก็จะไม่ส่าย ปัญหาภายในก็จะลดน้อยลง

จากการทำหน้าที่ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎร ก็ทราบสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม ไม่ได้มีเฉพาะในกองทัพบก แต่มีแทบทุกหน่วยงาน สำหรับหน่วยทหาร ขอให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดออกมาวางโรดแมปบูรณาการการปฏิรูป ควบคู่ไปกับกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเชื่อว่าปัญหาภายในองค์กรไม่ได้แตกต่างกันมาก

ต้องยอมรับว่าการเป็นทหารอาชีพในประเทศที่พัฒนาแล้ว ทหารจะไม่ยุ่งการเมือง ไม่ทำรัฐประหาร หรือเข้าไปทำหน้าที่ในภารกิจบางประการ เช่น สหรัฐอเมริกาจะกำหนดไว้ชัดเจนว่ากิจการใดที่ไม่เกี่ยวกับความมั่นคงก็ไปจ้างบุคคลภายนอกหรือองค์กรเอกชนดำเนินการ โดยเฉพาะการขนส่งอาวุธ การขนส่งเสบียง ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง แต่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและรวดเร็วกว่าทหารบริหารจัดการกันเอง

อัษฎางค์ ปาณิกบุตร
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์

การพูดอย่างเดียวว่าจะทำให้กองทัพโปร่งใสไม่ได้เกิดอะไรขึ้น สิ่งสำคัญคือการลงมือทำทันทีกับสิ่งที่ไม่เป็นธรรม การทุจริตทั้งหลาย มีการสั่งตั้งกรรมการสอบให้เสร็จภายใน 15-30 วัน แต่เชื่อว่าผู้มีอำนาจคงกลัวผลกระทบกับเพื่อนร่วมรุ่น พี่น้อง ผู้มีพระคุณ ระบบอุปถัมภ์ทำให้เกิดความลังเลใช่หรือไม่ ผู้อาสาจะสะสางกองทัพต้องถามใจตัวเองก่อน

เพราะถ้าดีแต่พูดประชาชนก็ขาดความเชื่อมั่น เพราะทุกวันนี้เมื่อไปดูตามสื่อสังคมออนไลน์ก็จะเห็นความชัดเจนว่าประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างไร ดังนั้น ผู้นำกองทัพต้องทำให้เห็นว่าเอาจริง มีความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง สร้างความเชื่อมั่นให้สังคมยอมรับ แต่เท่าที่ตรวจสอบก็เห็นมีแต่เรื่องที่แถลง ไม่มีของใหม่ เพราะวันนี้ยังไม่มีใครชี้แจงตัวเลขของเงินนอกงบประมาณจากธุรกิจในเครือข่าย และเรื่องที่ต้องการถามคือเงินค่าคอมมิชชั่นในการซื้ออาวุธมีจริงหรือไม่ ถ้ามีอยู่ในกระเป๋าใครหรือเอาไปเก็บไว้ในงบประมาณรูปแบบใด

การจัดซื้อจัดจ้างภายในมีองค์กรอื่นเข้ามาร่วมตรวจสอบหรือไม่ ถ้าแสดงเจตนาดีเพื่อประโยชน์ของประเทศก็ควรเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าไปตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ทั้งองค์กรสื่อ องค์กรภาคประชาชน ตัวแทนนักวิชาการควรมีบทบาทเข้าไปทำหน้าที่เพื่อยืนยันความชัดเจน ความโปร่งใส กองทัพไม่ควรมีเงื่อนไขหรือข้อแม้ใดๆ โดยเฉพาะสื่อถ้าเข้าไปตรวจสอบแล้วทำนิ่ง ถ้าจะทรยศกับวิชาชีพตัวเองก็ไม่ว่ากัน

ถามว่า ผบ.ทบ.จะกล้าไล่นายทหารเกษียณที่อาศัยบ้านพักราชการหรือไม่ จะไล่วันไหน ถ้าไม่ยอมออกตามเงื่อนไขที่กำหนด และถามว่าวันนี้ฝ่ายการเมืองเงียบมากไม่กล้าเข้าไปล้วงลูก เพราะรู้กันดีว่าภายในองค์กรของกองทัพยังเป็นระบบอุปถัมภ์ มีคนเอารัดเอาเปรียบโดยผิดกติกาเพื่อหาประโยชน์ วันนี้ไม่มีใครกล้าแตะนายทหารระดับสูงที่เข้าข่ายมีปัญหา แถมปล่อยรกรุงรังมานาน ทำให้กวาดล้างทำความสะอาดได้ยากมาก ทั้งที่ทหารควรให้ความสนใจกับคำว่าทหารอาชีพทำงานเพื่อประชาชน ทั้งที่หลักสูตรการเรียนการสอน บางเรื่องเอามาจากประเทศที่พัฒนาแล้วแทบทั้งนั้น แต่เอามาใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน

ธเนศวร์ เจริญเมือง
อาจารย์สำนักการเมืองการปกครอง
คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้แถลงลำดับเหตุการณ์ไปแล้ว แต่ยังไม่มีความกระจ่างชัดเจนมากนัก ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งทหารชั้นผู้น้อยหรือไม่ ทำไมตอนเกิดเหตุไม่ส่งทหารสกัดยับยั้ง จนเหตุการณ์บานปลาย คำถามเหล่านี้ยังคงคาใจประชาชน แต่กลับมาแถลงให้ทหารที่เกษียณอายุราชการ ออกจากบ้านพักหรือค่ายทหารแทน ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นคนละประเด็นที่สังคมอยากทราบ ว่าเกิดอะไรขึ้น

การแถลงและท่าที พล.อ.อภิรัชต์ ไม่ได้ตอบโจทย์ หรือข้อสงสัยของสังคม การร้องไห้เพื่อแสดงความโศกเศร้า ไม่ได้ผิด สมควรทำ เพราะทหารคือมนุษย์ย่อมมีความรู้สึก แต่ต้องแสดงความเข้มแข็ง พร้อมรับปัญหา และแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ ถ้าเป็นผู้นำที่ดีจริง ต้องลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อกองทัพ และขอโทษประชาชน เพราะยังมีสิ่งค้างคาใจประชาชนอยู่ 3 เรื่อง คือ ยังไม่มีการสรุปสาเหตุแท้จริง การควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์หละหลวม ที่สำคัญใครรับผิดชอบ และมีบทลงโทษอย่างไร เพื่อนำไปสู่การถอดบทเรียน แก้ปัญหาและป้องกันเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวกับกองทัพอีก

หลังเกิดเหตุดังกล่าวมา 1 สัปดาห์แล้ว ยังไม่เห็นการสรุปเหตุการณ์ จากต้นเหตุนำไปสู่เหตุรุนแรงและบานปลาย มีแต่การเบี่ยงประเด็นให้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับกองทัพ ดังนั้น พล.อ.อภิรัชต์มาบอกว่าจะปฏิรูปกองทัพ หรือธุรกิจทหาร อาทิ จัดซื้ออาวุธ สนามม้า สนามมวย สนามกอล์ฟ สโมสรฟุตบอล การตั้งบริษัทในค่ายทหาร โครงการสวัสดิการบ้านพักราชการ โรงแรม-รีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ และธุรกิจรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่มีผลประโยชน์ปีละนับหมื่นล้านบาทนั้น

ส่วนตัวไม่คาดหวังว่าทำได้ เพราะแค่เรื่องกราดยิงที่โคราชยังประมาท หย่อนยาน หละหลวม ไม่สามารถบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพได้ เรื่องธุรกิจทหารที่ฝังรากลึกยาวนาน ไม่ต้องไปพูดถึง คงไม่มีใครยอมให้ใครมาทุบหม้อข้าว ให้เสียผลประโยชน์แน่ อาจเปลี่ยนรูปแบบในเชิงโครงสร้าง แต่ผลประโยชน์ยังอยู่และแบ่งปันให้ทั่วถึง สมประโยชน์ทุกฝ่ายเท่านั้น เป็นอาชีพทหาร ไม่ใช่ทหารอาชีพ


สุขุม นวลสกุล
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์

สิ่งที่ ผบ.ทบ.แถลงน่าจะทำได้อย่างเป็นรูปธรรม 2 เรื่อง มีทั้งการย้ายทหารเกษียณออกจากบ้านพัก คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ต้องออกไปทั้งหมด แม้ว่าจะมีบางฝ่ายออกมาทักท้วงว่ามีนายทหารบางรายยังทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ แต่ทราบว่าเริ่มมีการขยับขยายบ้างแล้ว สำหรับการโยกย้ายแต่งตั้งนายทหารยศนายพลนายพันขึ้นไป บางส่วนที่ประเมินด้อยประสิทธิภาพหรือเข้าไปเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนในบางเรื่อง เพื่อย้ายเอาไปเก็บกรุต้องรอดูในเดือนเมษายนนี้ และเมื่อถึงเวลาแล้วถ้าไม่มีอะไรในกอไผ่ ผู้นำกองทัพก็ต้องควบคุมอารมณ์ ถ้าจะต้องโดนเยาะเย้ย เสียดสีหนักเข้าไปอีก แต่ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการให้โอกาส

ผมฟังการแถลงมาหลายรอบ ผบ.ทบ.พยายามทำให้เห็นว่ากำลังแสดงความรับผิดชอบ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แต่เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องออกมาพูดทุกวัน เพราะประชาชนจะรอดูผลงานว่าในกองทัพภาคที่ 2 จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง และเรื่องอื่นในภาพรวมทั่วประเทศก็ต้องรอดูต่อไปว่าจะยึดหลักการเดิมแบบในอดีตทหารเลี้ยงลูกน้อง แต่ในทางกลับกันเมื่อลูกพี่เข้ามาแสวงหาประโยชน์จากลูกน้อง จะแก้ปัญหาให้ยุติได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นความคาดหวังของประชาชน และถือเป็นสัญญาประชาคม

ขณะที่กองทัพออกมาแถลงหลายเรื่องสุ่มเสี่ยง ส่วนตัวไม่มั่นใจว่าในระเบียบหลักเกณฑ์ที่กำหนด สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จะเข้าไปตรวจสอบในจุดไหนได้บ้าง ที่สามารถทำได้ตามอำนาจหน้าที่ ยอมรับว่าการมีรายได้นอกงบประมาณของกองทัพบางภารกิจไม่เกี่ยวกับการใช้งบแผ่นดินปกติ เช่น สนามมวย การทำทีมฟุตบอล ผมไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ แต่ทราบว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นหลังการทำปฏิวัติ ไม่มีใครสงสัยว่าทำไมกองทัพบกจึงมีโอกาสตั้งสถานีโทรทัศน์ ทำไมกองทัพอากาศไม่ได้ตั้ง

การตรวจสอบกองทัพอย่าหวังว่าภาคประชาสังคม หรือตัวแทนนักวิชาการจะมีโอกาสเข้าไปร่วม เพราะไม่สามารถควบคุมการตรวจสอบได้ เหมือนการตรวจสอบกันเองภายใน ดังนั้น กองทัพก็คิดว่าจะต้องทำภารกิจในแนวทางที่องค์กรคิดว่าเหมาะสมแล้ว เชื่อว่าคงไม่มีใครสนใจเรื่องการถ่วงดุลในการตรวจสอบ และเชื่อว่าเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ อย่าลืมว่าเมื่อปีกลายองค์กรต้านคอร์รัปชั่นบางแห่งยังยกให้กองทัพบกเป็นองค์กรที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาล แต่ไม่ทราบว่าหลังจากมีปัญหา องค์กรนั้นได้ขอรางวัลกลับคืนหรือยัง หรือคนทำตัวชี้วัดจะแสดงความรับผิดชอบอะไรต่อสังคมบ้าง

เมื่อ ผบ.ทบ.ประกาศปฏิรูปกองทัพ ชัดเจนว่าในภาพรวมสังคมต้องการเห็นภาพการทำหน้าที่ของทหารอาชีพ แต่เมื่อ ผบ.ทบ.บอกว่าเมื่อเขาลั่นปืนก็เป็นอาชญากร กรณีนี้เหมือนกับทหารคนไหนที่ยึดอำนาจก็ถือว่าไม่ใช่ทหารอาชีพอีกแล้ว และในสถาบันการศึกษาของทหารยังมีการเชิดชูเพื่อมอบรางวัลให้ทหารที่ทำรัฐประหารเป็นผู้ประสบความสำเร็จแทบทั้งนั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รายงาน : สปอตไลต์ ฉาย ภาพ อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ปฏิรูป กองทัพ
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : ‘ของมันต้องมี’