ทำท่าว่า ปฏิบัติการ หรือการรณรงค์ ในรูปแบบปล่อย”ลูกโป่ง”กำลังกลายเป็น “โรคระบาด”
จากที่เห็นบริเวณหน้า”เรือนจำกรุงเทพ”
ไปปรากฏที่ขอนแก่น ไปปรากฏที่บริเวณลานพ่อขุน มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ไปปรากฎที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
แล้วไหม้ลามไปยังบริเวณฟาร์มเนื้อที่ 900 ไร่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
เหมือนกับจะเป็น “ขบวนการ”
แต่เอาเข้าจริงๆก็ดำเนินไปเหมือนกับปฏิบัติการ”ชู 3 นิ้ว”หรือเหมือนกับปฏิบัติการ”กินแซนด์วิช” และ”อ่านหนังสือ”
เจาะจงด้วยว่าต้องเป็นหนังสือ”1984″
นั่นก็คือ เป็นเรื่องในแบบ “เป็นไปเอง” เท่ากับเป็นการส่งกระ แสจิต แสดงความเห็นด้วยและให้กำลังใจ
บนพื้นฐาน คำขวัญ”รณรงค์ไม่ผิด”
หากไม่ศึกษาหลักการแห่ง“สงครามชิงพื้นที่”มาก่อนจะไม่เข้าใจ หรอกว่า
1 ทำไมถึงต้อง “ลูกโป่ง”
1 ทำไมการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันนี้ปรากฏขึ้นราวกับเป็น “โรคระบาด”
ไม่กลัวประกาศและคำสั่งคสช.
ไม่กลัวการสนธิกำลังของ พลเรือน(ฝ่ายปกครอง) ตำรวจ(แต่ละกองบังคับการ) ทหาร(มณฑลทหารบก)
ที่สำคัญเพราะ “ตระหนัก” และ”เข้าใจ”
เข้าใจว่าไม่ผิด “พรบ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559″แน่นอน
เพราะในวันที่ 7 สิงหาคม เป็นวัน”ประชามติ”
แม้ความเฉียบขาด ต่อประกาศและคำสั่งคสช.ห้ามชุมนุมทางการ เมืองเกิน 5 คน จะแน่วแน่และมั่นคงอย่างยิ่ง
แต่ถามว่าทำไมจึงยังมี “การเคลื่อนไหว”
ขณะเดียวกัน ถามว่าไม่ว่าจะเป็นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่ว่าจะเป็นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ทั้งๆที่ยังไม่ทันได้”ขยับ” ก็ถูกเชิญตัวและริบ”ลูกโป่ง”แล้วเหตุใดจึงยังมีการเคลื่อนไหวอยู่
เห็นชัดเลยว่า “เป้าหมาย” ของพวกเขาอยู่ ณ จุดใด
1 เพื่อส่งกำลังใจไปยังนักศึกษา นักกิจกรรม จำนวน 7 คนซึ่งอยู่ในที่คุมขัง
1 เพื่อประกาศหลักการ”รณรงค์ไม่ผิด”
ที่ว่า รณรงค์ไม่ผิดในที่นี้ก็คือ รณรงค์”ไม่รับ”ร่างรัฐธรรมนูญย่อมเป็นสิทธิอันชอบธรรม
“หลักการ” นี้ต่างหากคือ “เป้าหมาย”
เท่ากับเป็นปฏิบัติการ”ชิงพื้นที่”ทางการเมือง

