ไม่ว่าจะเป็น “โปรเจ็กต์ พิน็อคคิโอ”ของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็น “ยุทธการอรุณรุ่ง” อันเสนอมาโดยคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย มีลักษณะ”ร่วม”อย่างเด่นชัด
เป้าหมายของทั้ง 1 โปรเจ็กต์ และ 1 ยุทธการรวมรวมศูนย์ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเป็นเอกภาพ
เท่ากับชี้ชัดว่ากรณีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นายวิษณุ เครืองาม นายดอน ปรมัตถ์วินัย และ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า
เสมอเป็นเพียง “ใบเฟิร์น” ประดับแจกัน
เป็นการหยิบยกขึ้นมาเพื่อฉายชี้ให้เห็นว่าความเลวร้ายทั้งหมดล้วนแวดล้อมอยู่โดยรอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นั่นคือ มีจุดเริ่มต้นจาก”รัฐประหาร” มีจุดเริ่มต้นจาก “คสช.”
หากกล่าวตามบทสรุปของ นายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติการในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จึงเป็นการคิดบัญชีอันเนื่องแต่รัฐประหารเมื่อเดือน พฤษภาคม 2557
ความหมายซึ่งตรงตัวที่สุดก็คือ การคิดบัญชีกับทุกปฎิบัติการของ”คสช.”
เราจะทำตาม “สัญญา” ขอ “เวลา” อีกไม่นาน
การพยายามจำกัดกรอบเวลาให้อภิปรายได้เพียงระยะเวลา 7 เดือนภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 จึงเป็นเส้นที่ขีดโดยพรรคพลังประชารัฐ เพื่อปกป้องคสช. และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อปกป้อง พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา
คำถามก็คือจะทำได้สำเร็จหรือไม่
คำถามก็คือพรรคร่วมฝ่ายค้านจะงอก่องอขิงตามความต้องการหรือ
การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจึงมิได้เป็น”โปรเจ็กต์ พิน็อคคิโอ” อย่างธรรมดา
ตรงกันข้าม นี่ย่อมเป็น “ยุทธการรุ่งอรุณ”
เป็นดวงตะวันเบิกฟ้าที่ยิ่งลงลึกในรายละเอียด แสงยิ่งแรงกล้าและจะสาดฉายเข้าไปในความมืดมนอนธการอันดำรงอยู่นับแต่รัฐประ หารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
เป็นครั้งแรกในทางการเมืองสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเด่นชัด
เด่นชัดว่ากว่าจะรู้ตัวก็เมื่อถูก”ชำแหละ”อยู่บนเขียงเสียแล้ว
อาการชักดิ้นชักงอเนื่องแต่การถูก “ชำแหละ” ต่างหากคือเป้าประสงค์ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน

