“ปลัด สธ.” เผย ไทยถูกยกย่องรักษาคนป่วยติดเชื้อโควิด-19 หายเป็นรายแรกของโลก “พณ.” เดินเครื่องผลิตหน้ากาก 24 ชม.ส่งขายร้านสะดวกซื้อทั่วปท. ด้าน”กทม.” ผลิตหน้ากากผ้า ใช้เองวันละ 1 พันชิ้น
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ซึ่งมีหน่วยงานมี่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณาสุข (สธ.) ได้ให้นโยบายกับกระทรวงสาธารณสุขว่าหากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้นต้องเตรียมการรองรับในเรื่องโรงพยาบาลและสถานพยาบาลให้เพียงพอ อีกทั้งเตรียมพร้อมในด้านเครื่องมือด้านการแพทย์ และหน้ากากอนามัย โดยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการสำรวจและผลิต ย้ำว่าขณะนี้สถานการณ์ของไทยมีผู้ป่วย 35 คน ถืออยู่ในระดับที่ 2 และอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ รวมทั้งผู้ป่วยที่รักษาอยู่ก็มีอาการที่ดีขึ้น โดยผู้ติดเชื้อยังต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ทั้งนี้ ปัจจุบันสถิติประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 7 โดยมีประเทศอื่นแซงไทยไปแล้ว ส่วนการดูแลผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น กลับบ้านเพิ่มเติม 1 ราย รวม 18 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ไทยได้รับการยกย่องทางการแพทย์ในการใช้เทคโนโลยีและยาในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ประสบความสำเร็จหายเป็นรายแรกของโลก
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กล่าวถึงมาตรการควบคุมหน้ากากอนามัย พณ.ได้ใช้มาตรการในการกำกับดูแลเรื่องนี้ โดยให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่ควบคุม แจ้งต้นทุน ราคาขาย ปริมาณการผลิต รวมถึงปริมาณสินค้าคงเหลือ ทุกวันที่ 10 ของเดือน จึงทำให้สามารถควบคุมและกำกับดูแลสินค้าในสต๊อกได้ ที่สำคัญยังควบคุมการส่งออกโดยกำหนดผู้ที่ส่งออกสินค้าหน้ากากอนามัย ตั้งแต่ 500 ชิ้นขึ้นไป ต้องมีการขออนุญาตพบว่าตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ จนถึงปัจจุบันที่เริ่มใช้มาตรการนี้ มีการขออนุญาตส่งออก จำนวน 32 ล้านชิ้น ซึ่งพณ.กำลังบริหารจัดการในเรื่องส่งออกเหล่านี้ โดยไม่อนุญาตให้เป็นการส่งออกเพื่อแสวงหากำไร ในช่วงที่มีความต้องการสูงในประเทศ เราจะทำให้กลับมาสู่วงจรการค้าปกติ โดยโรงงานผลิตในไทยมี 9 โรงงาน เดินเครื่อง 24 ชั่วโมง ผลิตได้ 35 ล้านชิ้นต่อเดือน โดยในช่วงนี้ประชาชนมีความต้องการสูง พณ.ให้ผู้ผลิตส่งสินค้าส่วนหนึ่งเข้ามาสู่ระบบการจัดสรร โดยกรมการค้าภายในเป็นผู้บริหารจัดการ ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งได้บริหารจัดการไปแล้วเกือบ 6 ล้านชิ้น โดยกระจายไปยังส่วนต่างๆ และล่าสุด ได้ประสานกับร้านค้าปลีกที่มีสาขาทั่วประเทศ เช่น ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ห้างบิ๊กซี ในการวางจำหน่ายโดยกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ ขณะนี้กำลังเจรจากับร้านสะดวกซื้อกลุ่มอื่นๆ โดยกำหนดไว้จะขายในราคาชิ้นละ 2.50 บาท จำกัดการซื้อไม่เกิน 4 ชิ้นต่อคน
ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม (คค.) กล่าวถึงการยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศว่า กระทรวงคมนามคมเฝ้าระวังท่าอากาศยานทั้งส่วนภูมิภาค และระดับประเทศทั้ง 6 แห่ง รวมถึงสถานีขนส่งสาธารณะต่างๆ และเพิ่มความถี่ในการฆ่าเชื้อโรคบนเครื่องบินโดยสาร รวมถึงรถสาธารณะต่างๆ เราเน้นย้ำให้การดำเนินการรัดกุม และมีความถี่มากขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนการขนส่งทางอากาศ ทางการท่าอากาศยาน มีการสนับสนุนเครื่องเทอร์โมสแกน ให้มีความเพียงพอ เพื่อติดตั้งช่องทางเข้าจากต่างประเทศให้มีความเพียงพอ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แจ้งไปยังกระทรงสาธารณสุขหากมีความต้องการเพิ่มเติม ให้สามารถสนับสนุนเพิ่มเติมได้ ส่วนการช่วยเหลือเยียวผู้ได้รับผลกระทบการเดินทางเส้นทางต่างๆ ขณะนี้ การบินไทย และไทยสมายได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงการเดินทางในเส้นทางเที่ยวบินญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้
นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักการแพทย์และสำนักอนามัย ได้มีมาตรการเฝ้าระวังในทุกเคส และป้องกันในกรณีที่อาจจะมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากขึ้น เช่น การเตรียมสถานที่รองรับคนป่วยที่เป็นผู้เฝ้าระวัง หากได้รับการประสานจากสธ. และส่วนเรื่องของโรงพยาบาลสนาม ขณะนี้กทม.ได้ดูไว้แล้วว่าจะให้อยู่ตรงไหน ขณะเดียวกัน กทม.กำลังผลิตหน้ากากอนามัยเอง โดยโรงเรียนฝึกอาชีพกทม. 8 แห่งที่มีสอนการตัดเย็บ ซึ่งจะมีประชาชนมาร่วมทำด้วย ขณะนี้เราผลิตได้วันละ 1,000 ชิ้น เป็นหน้ากากอนามัยแบบผ้า สามารถซักได้ นอกจากนี้ กทม.จะไปสอนเจ้าหน้าที่และบุคคลากรในสำนักงานเขตต่างๆ ให้ทำใช้กันเอง รวมถึงยังทำการประชาสัมพันธ์ เพื่อลดความตื่นตระหนกและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เช่น โปสเตอร์ คลิปวิดีโอการป้องกันตัวเอง คลิปสอนทำหน้าอนามัย ทำให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองได้ และมีกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งในแหล่งชุมชนและพื้นที่ที่สาธารณะในรูปแบบจิตอาสาทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะบริเวณรถไฟฟ้าที่มีคนพลุกพล่าน

