09.00 INDEX จากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มาถึง ‘ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย’

4.07.16 | 08:32 น.

 

การเกิดขึ้นของ “ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย” นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 7 สิงหาคม

เป็นการเกิดขึ้นที่ “เข้าใจ” ได้

แม้ว่าโดย “โครงสร้าง” จะประกอบด้วยระดับ “จังหวัด” และระดับ “อำเภอ”

อยู่ในความอำนวยการโดย”ผู้ว่าราชการจังหวัด”และ”นายอำเภอ” อันเป็นส่วนราชการในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย

Advertisement

แต่ก็เข้าใจได้

เข้าใจได้ว่าดำเนินไปคล้ายกับ “กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย” หรือ “กกล.รส.”

เพียงแต่กกล.รส.บัญชาการโดย”แม่ทัพภาค”

และเมื่อยิบย่อยลงไปก็บัญชาการโดย”ผู้บัญชาการมณฑล ทหารบก” และ “ผู้บังคับการจังหวัดทหารบก”

1 เป็นเรื่องของทหาร 1 เป็นเรื่องของฝ่ายปกครอง

แต่เป้าหมายเดียวกัน คือ “ความสงบเรียบร้อย”

 

ต้องยอมรับว่า “ร่างรัฐธรรมนูญ” และ”ประชามติ”ในวันที่ 7 สิงหาคม มีความสำคัญ

ไม่สำคัญคงไม่ปรากฏขึ้นของ “รด.จิตอาสา”

ไม่สำคัญคงไม่ปรากฏขึ้นของสิ่งที่เรียกว่า “ครู ก.” สิ่งที่เรียกว่า “ครู ข.”และสิ่งที่เรียกว่า “ครู ค.”

ที่คิดกันว่าใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาทจึงไม่น่าจะใช่

เพราะหากมีการส่ง”รด.จิตอาสา”ออกไปพร้อมกับหน่วยปฏิบัติจิตวิทยา(ปจว.)

ก็ต้องใช้ “เงิน”

ยิ่งหากมีเจ้าหน้าที่ประจำ”ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย”ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอ

ก็ยิ่งต้องใช้ “เงิน”

 

ไม่ว่าจะเป็นครู ก. ไม่ว่าจะเป็น ครู ข. ไม่ว่าจะเป็น ครู ค. ไม่ว่าจะเป็น “รด.จิตอาสา”ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน

นั่นก็คือ ด้วย”ความเรียบร้อย”

เพราะว่า กกล.รส.มาจากคำเต็มว่า “กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย”

เช่นเดียวกับ”ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย”ของมหาดไทย

คำถามที่ทุกคนต้องการรู้ก็คือ คำว่า “ความสงบเรียบร้อย” หมายความว่าอย่างไร

หากจับจากเสียงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ประสานกับเสียงของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ประสานกับเสียงของ นายวิษณุ เครืองาม รวมถึงประสานกับเสียงของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์

คำว่า “เรียบร้อย” มีความหมาย”หนึ่งเดียว”เท่านั้น

นั่นก็คือ ทำอย่างไรให้ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ผ่านประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม

“ผ่าน”ประชามติ คือ “เรียบร้อย”

หาก “ไม่ผ่าน”ประชามติก็คือ “ไม่เรียบร้อย”