ในที่สุดพรรคอนาคตใหม่ก็ไปไม่รอด ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน “ยุบพรรค” และ “ตัดสิทธิทางการเมืองคณะกรรมการบริหาร 10 ปี” แม้ว่าก่อนหน้านั้นจะมีความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งในสังคมชี้ให้เห็นว่าสังคมไทยจะไปทางไหน หากพรรคการเมืองอันเป็นตัวแทนความคิดของคนรุ่นใหม่นี้ถูกยุบ
แน่นอนเป็นไปในทางห่วงกังวลว่าความรู้สึกนึกคิดของคนหนุ่มคนสาวที่เป็นอนาคตของประเทศ
แต่ที่สุดแล้ว เสียงเตือนนั้นไม่ส่งผลอะไร
ดังนั้นโจทย์ใหม่จึงคือ จะรับมือหรือคิดหาทางรับสภาวะที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้อย่างไร
ที่ผ่านมาความขัดแย้งของประเทศจากการแบ่งสีทางความคิดเป็น “เหลือง” เป็น “แดง” ก่อความแตกแยกขึ้นมากมาย
ขัดแย้ง แตกแยกจนน่าเสียดายโอกาสการพัฒนาประเทศที่ต้องสะดุดหยุดลงเพราะผู้รับผิดชอบในการบริหารประเทศต้องใช้เวลาในการทำให้ประเทศอยู่ในความสงบ ทำมาหากินกันได้ตามปกติ
ทว่าแทนที่สถานการณ์จะดีขึ้นกลับกลายเป็นว่าความขัดแย้งยังได้ลุกลามกลายเป็น “ความแตกแยกระหว่างวัย”
“คนรุ่นใหม่” กับ “คนรุ่นเก่า” เริ่มมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง
สภาวะเช่นนี้ย่อมไม่ส่งผลดีต่อความเป็นไปของประเทศ อันจะสะท้อนกลับมาสู่ความตึงเครียดในการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม
แน่นอนว่า ผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญต้องยึดถือเป็นความเด็ดขาด
การปฏิเสธคำตัดสินเป็นไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม มุมมองต่อการตัดสินเป็นเรื่องที่น่าพิจารณาอย่างยิ่ง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มีคนจำนวนมาก ไม่ได้เชื่อเหตุผลที่ใช้อธิบายที่นำมาสู่ผลการตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นการตีความข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย
เรื่องราวทั้งหลายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นก่อความเชื่อว่าเป็นการตัดสินไปตามการต่อสู้ทางการเมือง
อย่างที่บอก การยอมรับคำตัดสินย่อมเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้
แต่มุมมองต่อที่มาของการตัดสิน ย่อมกำหนดความคิดความเชื่อที่มีต่อการบริหารจัดการประเทศ
ท่าทีที่แสดงออกในโลกออนไลน์ ในโซเชียลมีเดียทันทีที่รับรู้ผลการตัดสิน ก่อกระแสขึ้นอย่างรุนแรง เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจัดการประเทศจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
จะเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่งหากการติดตามนั้นเป็นไปในทางเพื่อจ้องจับผิด หาทางทำลายความเห็นที่แตกต่าง
แต่จะมีความหวังขึ้นมาบ้าง หากเป็นการติดตามด้วยความเข้าอกเข้าใจ และหาทางเยียวยาบาดแผลในใจของผู้ที่ทำใจไม่ได้ และเกิดความสิ้นหวังขึ้น
สถานการณ์ที่เป็นไปในโลก และกระทบมาถึงในประเทศ หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศเองก่อปัญหามากมายในการบริหารจัดการอยู่แล้ว
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะจัดการในทางโหมกระพือให้เกิดความไม่เข้าใจกันมากขึ้น
สติของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ
แต่ที่สำคัญกว่าคือ “สติ” และ “ปัญญา” ของผู้มีหน้าที่บริหารจัดการประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

