‘บิ๊กตู่’ ไม่เอาด้วย ข่มขืน=ประหาร ขออย่าเสพติดใช้ กม.แก้ทุกอย่าง ดูสังคมโลกบ้าง (คลิป)

4.07.16 | 16:03 น.

“บิ๊กตู่” ไม่เห็นด้วยหลังเกิดกระแสเรียกร้องโทษคดีข่มขืนให้ประหารชีวิต บอกให้สังคมช่วยกดดัน วอนอย่าเสพติดกม.เกินเหตุ ให้ดูสังคมโลกด้วย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงที่มีผู้เสนอให้ลงโทษประหารชีวิต หลังเกิดคดีฆ่าโหดครูสาว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และผู้กระทำความผิดในคดีข่มขืนแล้วฆ่า ว่า “ให้กลับไปดูทั่วโลกว่าเขาว่าอย่างไรอย่าไปคิดเอาเอง วันนี้อย่าลืมว่าเราอยู่กับกฎหมายโลก กฎหมายระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน ทั่วโลกยกเลิกการประหารชีวิตกี่ประเทศแล้ว ของเราประหาร 3 ครั้งก็ยังแก้ไขอะไรไม่ได้เลย ที่ผ่านมาก็ใช้ในทุกมาตราแล้ว ทั้งกฎหมายปกติ และมาตรา 44 ซึ่งไม่มีอะไรแรงไปกว่านี้ ก็ยังไม่กลัวกันเลย ถ้าให้มีการประหารชีวิตก็คงต้องประหารสัก 3 ชาติ ถึงจะกลัว อย่ามาใช้กฎหมายจนเสพติด อย่าไปเสพติดกฎหมายจนไปสู่อำนาจ ไปสู่ผลประโยชน์ อย่าไปเสพติดแบบนั้น ขอให้ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ดีกว่า สังคมก็ต้องช่วยกันกดดัน นักข่าวก็ต้องช่วยกันประณาม สื่อต้องช่วยผมในการกดดัน คนที่ทำความผิดเหล่านี้ให้มันสงบ อย่าปล่อยให้มีปากมีเสียงอยู่ได้”

ผู้สื่อข่าวถามว่ามียาอะไรจะแก้เสพติดอำนาจ และเสพติดการใช้กฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเชิงหยอกล้อว่า “เราทำแล้ว เดี๋ยวไปเอาที่ห้องทำงานมาให้สื่อกินคนละเม็ด ให้ลองกินดูว่าจะหายหรือไม่ ผมล้อเล่นนะ”

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีย่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสสังคมสนับสนุนให้แก้กฎหมายประหารชีวิตผู้ที่มีความผิดข้อหาฆ่าข่มขืน สืบเนื่องจากกรณีคนร้ายฆ่าปาดคอโหดน.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา อายุ 27 ปี ครูสอนเด็กป.5 โรงเรียนเอกชนชื่อดังในพื้นที่เขตเทศบาล ต.แก่งคอย จ.สระบุรีว่า เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้ดูแล เพราะประเทศเราไม่มีเรื่องการประหารชีวิตมานานแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับสังคม ในส่วนของตนให้ความเห็นไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นว่าตนพูดคนเดียว ดังนั้นต้องหารือกันในภาพรวมก่อนว่าควรจะมีกฎหมายประหารชีวิตหรือไม่อย่างไร รวมถึงต้องให้นักกฎหมายและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงได้คิดและพิจารณาเรื่องนี้ก่อน

Advertisement