“บิ๊กตู่” เดินหน้าคดีธรรมกาย ใช้คนส่วนใหญ่กดดันเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างในลักษณะเดียวกันกับศิษย์วัดพระธรรมกายว่า ตราบใดที่ประเทศไทยยังไม่มีประชาธิปไตย ก็จะไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในกรณีที่มีความผิดว่า ตอนนี้จะต้องรอดูกฎหมายว่าบัญญัติไว้อย่างไร ซึ่งเท่าที่ทราบทุกฝ่ายกำลังเดินหน้าอยู่ในทุกคดี ไม่เคยละเว้นแม้แต่คดีเดียว ประชาชนก็ต้องดูและคิดเอาเองว่าประเทศมีกฎหมายไว้เพื่ออะไร ผิดหรือถูกอย่างน้อยที่สุดก็ต้องออกมารับในการเข้าสู่กระบวนการ และขั้นตอนตามกฎหมาย แต่ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันกลับไม่รับอะไรเลยสักอย่าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า จะใช้มาตรา 44 เอาผิดกับผู้ที่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ในคดีวัดพระธรรมกาย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กฎหมายมาตรา 44 มีการประกาศใช้อยู่แล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการจับกุม “ไม่เช่นนั้น ถ้าเข้าไปในพื้นที่ทีไรก็ถูกสวนกลับออกมาทุกทีแล้วก็กลายเป็นเรื่องของการผิดพลาดจนเกิดการฟ้องร้องขึ้นมา และเดือดร้อนขึ้นมา แต่วันนี้ทุกฝ่ายเขารู้แล้วจะยั่วยุอย่างไรก็ไม่ขึ้น เว้นแต่กรณีจะเกิดอันตรายกับตัวเจ้าหน้าที่ หรือประชาชน เขาก็มีสิทธิที่จะป้องกัน แค่นั้นเอง วันนี้ที่เข้าไปดำเนินการกับพระ ผมให้ความเป็นธรรมทั้งสิ้น เพราะวันนี้ผมไม่อยู่ตรงกลางไม่ได้ แต่ก็จะต้องเดินตามกฎหมาย ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำเช่นนี้ ขอร้องสื่ออย่าไปตั้งคำถามบ่อย เดี๋ยวจะติดกันไปหมดควรจะไปถามผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป เพราะประชาชนทั้งประเทศไม่ยอมรับอยู่แล้ว ขอร้องว่าอย่าเอาคนกลุ่มหนึ่งไปสู้กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ไปถามคนทั้งประเทศดีกว่าจะเอาอย่างไร กฎหมายควรต้องดำเนินการอย่างไร จะให้ยกโทษในทุกคดีทั้งประเทศให้กับทุกคนเพื่อรอให้ประเทศมีประชาธิปไตยก่อนอย่างนั้นหรือ เราจะอยู่กันอย่างนั้นหรือ”

