ชื่อนี้ไม่ธรรมดา จับตาบทบาท “คุณหญิงหน่อย” ภารกิจพิเศษ!

ชื่อนี้ไม่ธรรมดา จับตาบทบาท “คุณหญิงหน่อย” ภารกิจพิเศษ!

เมื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือหญิงหน่อย นัดนักการเมืองพรรคต่างๆ เพื่อมาถกหาแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศ ย่อมเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะ กระแสข่าวลือไปไกลขนาดจะมีการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่

ถ้าจะมองภาพให้ชัด จะต้องมองย้อนกลับไปดูบทบาทของหญิงหน่อยให้ไกลๆ แล้วจะเห็นจิ๊กซอว์ที่ต่อเข้ากันได้อย่างมีเหตุมีผล

หญิงหน่อยเริ่มต้นเส้นทางการเมืองเมื่อปี 2535 ด้วยการเป็น ส.ส.กทม. สังกัดพรรคพลังธรรม ก่อนจะร่วมกับทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคเพื่อไทย บารมีทางการเมืองเคยรุ่งเรืองสุดขีด เคยคุมกระทรวงสำคัญสมัยรัฐบาลทักษิณ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

บารมีของคุณหญิงสุดารัตน์ ในพรรคเพื่อไทยลดน้อยถอยลง หลังพรรคเพื่อไทยส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ไปสู้กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แห่งพรรคประชาธิปัตย์ และพ่ายแพ้สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2556

บทบาทของคุณหญิงสุดารัตน์ ช่วงรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่โดดเด่น มีให้เห็นบ้างตามงานต่างๆ ประปราย ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเป็นคำสั่งจากบ้านจันทร์ส่องหล้า ห้ามหญิงหน่อยมีบทบาท เกรงจะลดทอนบารมีนายกฯ หญิงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

คุณหญิงสุดารัตน์ รักษาเนื้อรักษาตัวปฏิบัติธรรมทำกิจกรรมบูรณะลุมพินีสถาน สถานที่ประสูติพระพุทธเจ้า นุ่งขาวห่มขาวมุ่งเดินสายธรรม แต่หลายคนไม่เชื่อว่าหญิงหน่อยจะทิ้งบทบาทการเมือง และตัวเธอเองก็ไม่คอมเม้นต์เรื่องการเมืองไปพักใหญ่

หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจรัฐประหาร ชื่อของ “คุณหญิงสุดารัตน์” ปรากฏขึ้นทุกครั้งเมื่อมีประเด็นสำคัญทางการเมือง เนื่องด้วยคอนเน็กชั่นของคุณหญิงหน่อยกับทหารที่ชื่อ “พล.อ.นพดล อินทปัญญา” หรือ “บิ๊กกี่” ที่ปรึกษา คสช. และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายทหารวงศ์เทวัญผู้นี้เคยผ่านชีวิตสนิทใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

ดังนั้น ชื่อของคุณหญิงสุดารัตน์ จึงปรากฏในกระแสการเมืองยุค คสช. เสมอ

ย้อนไปเมื่อครั้งช่วงแต่งตั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีกระแสข่าว คสช. ทาบทามคุณหญิงสุดารัตน์เข้านั่งเก้าอี้ สปท. แต่เจ้าตัวปฏิเสธผ่านสื่อไม่ขอรับตำแหน่ง ตำแหน่ง สปท. คงฮือฮาน้อยไป การปรับ ครม.ประยุทธ์ 3 มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเปิดช่องให้นักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และ 109 สามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งในทางการเมืองได้

แน่นอนว่ากลางกระแสข่าว มีชื่อ “คุณหญิงสุดารัตน์” อยู่ในโผ ครม. นี้ด้วย

ในเวลาเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่านายใหญ่แดนไกลส่งสัญญาณดัน “หญิงหน่อย” ขึ้นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เหตุการณ์ตอกย้ำความเป็นไปได้ในการเข้าร่วม ครม.ประยุทธ์ 3 ใช่ว่าจะไม่มี เมื่อ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เอ่ยชื่อคุณหญิงสุดารัตน์กลางงานมงคลสมรสลูกชาย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ซึ่งในขณะนั้นนายสมคิดก็มีชื่อเป็นตัวเต็งเข้ามารับหน้าที่รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ แทน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ด้วยเช่นกัน

การเอ่ยชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในเวลานั้น ถูกนำมาวิเคราะห์วิจารณ์ในวงกว้างว่าเป็นการจีบเข้า ครม. หรือส่งสัญญาณการเมืองว่าพร้อมปรองดองเปิดพื้นที่ให้พรรคเพื่อไทย

แต่ไม่ว่าจะวิเคราะห์กันประการใดก็ตาม คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “คุณหญิงสุดารัตน์” พูดคุยกับผู้ใหญ่ คสช. อย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญและวิธีการบริหารงานของ คสช. ที่ควบคุมสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นของประชาชนอยู่ตลอดเช่นกัน

บทบาทล่าสุดของคุณหญิงสุดารัตน์ที่น่าติดตาม คือการนัดนักการเมืองพรรคต่างๆ คุย เนื่องจากเห็นว่านักการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา นับเป็นครั้งแรกในยุค คสช. ที่คุณหญิงสุดารัตน์เสนอตัวมีบทบาททางการเมืองชัดเจน หลังจากถูกพาดพิงเป็นกระแสข่าวมาตลอด

การประกาศนัดพูดคุยนักการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เบื้องต้นมี นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย และ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบรับเข้าร่วมด้วยนั้น ดูเหมือนจะไม่สร้างความขุ่นเคืองให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างที่ควรจะเป็น

ในทางตรงข้าม กลับนุ่มนวลพร้อมมองโลกตามความจริง ว่านักการเมืองก็นัดเจอพูดคุยกันปกติอยู่แล้ว คสช. เปิดโอกาสให้มากแล้ว เหลือแค่ยังไม่ให้เข้าประชุม ครม. ด้วยก็แค่นั้น

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็บอกว่าทำได้ แต่ขอให้ทำตามกฎหมาย พร้อมปฏิเสธเสียงดังว่าไม่ได้สนิทสนมกับคุณหญิงสุดารัตน์แต่แค่รู้จักกันมานานเท่านั้น

ขณะเดียวกันคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เปิดประเด็นใหญ่ คือเรื่องการจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมด หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ และเข้าสู่กระบวนการจัดทำกฎหมายลูก ซึ่งเรื่องนี้ทั้งบิ๊กตู่และบิ๊กป้อม ต่างแทงกั๊กไม่ปฏิเสธว่าไม่มีมูล อันที่จริงเรื่องจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่นั้นพูดถึงมาอยู่ก่อนหน้านี้แล้วแต่เงียบหายไป มาคราวนี้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนและมีน้ำหนักมากกว่าครั้งก่อน

หากถามว่าการจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมดส่งผลอย่างไร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยมองเกมนี้และกล่าวไว้เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2558 แล้วว่า การทำเช่นนี้เป็นการถอยหลังเข้าคลอง เป็นแผนล้างพรรคใหญ่เพื่อสร้างพรรคการเมืองเฉพาะกิจเพื่อตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

“ได้ยินว่ามีบางคนอยากให้เกิดพรรคเล็กๆ แล้วไปรวมเป็นรัฐบาลแห่งชาติ เรื่องนี้ควรหลุดพ้นจากความคิดกันไปได้แล้ว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

วาระการนัดคุยนักการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ มาพร้อมกับการเปิดประเด็นจดแจ้งพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การตั้งพรรคการเมือง หรือเปลี่ยนหัวพรรคใหญ่บางพรรคเพื่อรองรับผู้มีอำนาจในปัจจุบัน หากต้องการเข้าสู่อำนาจตามกลไกรัฐธรรมนูญ จึงน่าจับตาอย่างยิ่ง

อีกบทบาทของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่หลายคนเฝ้าจับตากันมานาน คือบทบาทต่อสายประนีประนอมระหว่างนายใหญ่ดูไบกับพี่ใหญ่ คสช. แม้คุณหญิงสุดารัตน์จะไม่เป็นที่ยอมรับนับถือของคนตระกูลชินวัตร และคนในพรรคเพื่อไทยบางกลุ่ม แต่ชั่วโมงนี้จะมีใครเหมาะสมที่ฝากความหวังไว้ให้ได้ นอกจากหญิงหน่อยผู้มากคอนเน็กชั่นผู้นี้ กระแสข่าวดันหญิงหน่อยขึ้นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจึงไม่ใช่ลอยมา แต่มีมูลและเหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์

นักรัฐศาสตร์ชื่อดังอย่าง เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เคยเตือนไว้ว่า “การเมืองไม่เหมือนอะไรอย่างอื่น ปัจจัยมันเยอะ อำนาจจริงๆ อยู่กับหลายมือมาก เมื่อใดก็ตาม คุณมั่นใจตัวคุณเองมากๆ เมื่อนั้นเริ่มจะเป็นลางสังหรณ์ที่ไม่ดี แต่ถ้าคุณยังสนใจสร้างมิตรสร้างพวก อันนี้คุณมีแนวโน้มจะยั่งยืนสักหน่อย”

บางวงเขาก็วิเคราะห์กันว่านายใหญ่ดูไบกับพี่ใหญ่ คสช. มีศัตรูคนเดียวกันอยู่คนหนึ่ง ดังนั้น การแตะมือสร้างพวกย่อมเกิดขึ้นได้เสมอในแวดวงการเมือง

ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ผ่านผู้หญิงชื่อ “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เดินหน้ารื้อชุมชน’ป้อมมหากาฬ’ กทม.ตั้งเป้าต้นเดือนสิงหาคมนี้ รื้อได้10หลัง
บทความถัดไปอนันดาฯ จัดโปรแรงสุดฮอต “UNIO Friend Get Friend รับทั้งเงิน ลุ้นทั้งทอง”