เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ บริเวณหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ประตูพหลโยธิน) กลุ่มนิสิต ม.เกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรม “มอกะเสดไม่ใช่ขนมหวานราดกะทิ” เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย สนับสนุนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง และสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องสิทธิเสรีภาพให้กับสังคม โดยมีนิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไปทยอยเข้าร่วมตั้งแต่เวลา 17.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณจัดงานมีการตั้งโต๊ะลงทะเบียนแจกเสื้อซึ่งมีข้อความ “เห็นหัวกูบ้าง” พร้อมแจกเอกสารซึ่งเป็นเนื้อเพลงมาร์ชเกษตรศาสตร์ และเพลงทุ่งฝันวันใหม่ ประกอบการทำกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีการชูป้ายผ้าข้อความ #KUไม่ใช่ขนมหวานราดกะทิ พร้อมนำป้ายผ้าให้ผู้สนใจร่วมเขียนแสดงความคิดเห็น ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก โดยป้าผ้าดังกล่าวจะมอบให้แก่พิพิธภัณฑ์สามัญชนในภายหลัง
ต่อมาเวลาประมาณ 18.20 น. มีตัวแทนศิษย์เก่า ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวปราศรัย ระบุว่า ปรากฏการณ์ในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นใน ม.เกษตรฯ และเหตุการณ์วันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทว่า มาจากความอัดอั้นหรือมาจากเสียงที่ไม่สามารถพูดไปได้ ขอบคุณนักเคลื่อนไหวรุ่นเก่าๆ ที่ชีวิตหรือน้ำตา ของพวกคุณไม่ได้สูญเปล่า วันนี้ไฟจุดติดแล้วเกือบทุกมหาวิทยาลัย และไม่อยากให้มอดลงไป ทั้งนี้ ใน ม.เกษตรฯ เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมามีการล่ารายชื่ออาจารย์ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ซึ่งภายหลังมีการตั้งคำถามว่ามหาวิทยาลัยที่สามารถปกป้องบุคลากรของตัวเองได้ เหตุใดกลับไม่ทำอะไรเลย อย่างไรก็ตาม อยากให้ไฟที่จุดติดในวันนี้อยู่ไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้มอดลงไป ไม่อยากเริ่มหนึ่งใหม่ เพื่อร่วมกันต่อต้านเผด็จการ พวกฉ้อฉล และอยู่เคียงข้างกันเช่นนี้

จากนั้นได้มีศิษย์เก่า ม.เกษตรศาสตร์ สลับกันกล่าวปราศรัย ก่อนจะมีนิสิตปัจจุบันอ่านแถลงการณ์ พร้อมยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจ ดังนี้
1.ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากเนื้อหารัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้อำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มากกว่าประชาชน ขอเรียกร้องให้เปิดทางมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเป็นประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์
2.คืนความยุติธรรมให้ประชาชน โดยการข่มเหง คุกคาม จำกัดเสรีภาพ การดำเนินคดี การใช้ความรุนแรงทำร้าย การกระทำที่อยุติธรรมทั้งหลายต้องได้รับการเยียวยา และยุติลงโดยเร็ว
3.ลบล้างผลพวงการรัฐประหาร ยกเลิกอำนาจ คำสั่ง และกฎหมายของ คสช.ที่ละเมิดสิทธิและอำนาจของประชาชนโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังคณะจัดกิจกรรมอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าร่วมเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นการแสดงสัญลักษณ์ถึงการขับไล่ความมืดจากรัฐเผด็จการที่คุกคามประชาชน จากนั้นได้ร้องเพลงทุ่งฝันวันใหม่ ก่อนจะจบกิจกรรมในเวลา 19.05 น. และจะมีนัดหมายการจัดกิจกรรมครั้งหน้าเร็วๆ นี้



